🔹 1. ROAS แบบ Digital Marketing (Return on Ad Spend)
ความหมาย: ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา → ลงเงิน 1 บาท ได้ยอดขายกลับมากี่บาท
สูตร:ยอดขายจากโฆษณา÷ค่าโฆษณา
ตัวอย่าง:
ลงโฆษณา 1,000 บาท
ได้ยอดขายจากโฆษณา 5,000 บาท
ROAS = 5.0 (แปลว่า ทุก 1 บาท ได้คืน 5 บาท)
👉 ใช้เพื่อดูว่าโฆษณาที่ทำ “คุ้มค่า” แค่ไหน ไม่ได้บอกเรื่อง Bid โดยตรง
🔹 2. ROAS หรือ “รอวแอดส์” แบบ Shopee Seller ใช้กัน
ความหมายจริง ๆ: Shopee ก็หมายถึง Return on Ad Spend เหมือนกัน
แต่ในหมู่แม่ค้า: ใช้เรียกสั้น ๆ ว่า “รอวแอดส์” แล้วเอามาเชื่อมกับ การตั้ง Bid (ราคาประมูลค่าโฆษณา)
การตีความที่แม่ค้าใช้ (ตามที่ออมเล่าเลย)
ROAS ต่ำ → ค่าแอดส์สูง → ติดอันดับ แต่กำไรหาย เพราะ Shopee ใช้เงินโฆษณาเยอะ
ROAS กลาง ๆ → ค่าเฉลี่ยโอเค โฆษณาพอทำงาน มียอดขายบ้าง
ROAS สูง → โฆษณาไม่ค่อยกิน มองไม่เห็น สินค้าไม่ถูกดันขึ้น เพราะ Bid แพงเกิน ระบบไม่จ่าย
👉 ตรงนี้คือการ “อ่านจังหวะ Bid” มากกว่าแค่การวัดผลตอบแทน
การรู้จัก ROAS (Return on Ad Spend) อย่างละเอียดช่วยให้เราไม่เพียงแค่ดูยอดขายที่ได้กลับมาแต่ยังสามารถวางแผนและปรับราคาโฆษณาใน Shopee ให้เหมาะสมกับงบประมาณ และเพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณาได้ สำหรับแม่ค้า Shopee การเข้าใจ ROAS ในแง่ของการเชื่อมโยงกับ Bid ถือเป็นหัวใจสำคัญมาก เพราะบางครั้ง ROAS สูงไม่ได้แปลว่ายอดขายดีเสมอไป แต่แสดงว่าเราตั้งราคา Bid สูงเกินไปจนโฆษณาไม่ถูกดัน หรือในทางกลับกัน ROAS ต่ำอาจหมายความว่าเราต้องเพิ่มงบโฆษณาเพื่อกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ อย่าลืมสังเกต "ROAs Return on Ads Spend OKCITY" ที่ปรากฏในภาพ ซึ่งช่วยเป็นจุดยืนยันว่า ROAS คือเครื่องมือวัดความคุ้มค่าของโฆษณาออนไลน์โดยเฉพาะในตลาดดิจิทัล คุณออมแนะนำว่าการทดสอบและปรับเปลี่ยน Bid ให้เหมาะสมกับตลาดและสินค้าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มยอดขายและลดต้นทุนโฆษณา สรุปสั้นๆ การทำโฆษณาบน Shopee หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ ถ้าเรารู้จักอ่านจังหวะ ROAS และ Bid ให้เป็น จะทำให้เราไม่ต้องเสียค่าโฆษณาไปแบบเปล่าประโยชน์ และก้าวไปสู่การทำกำไรได้มากขึ้นอย่างชัดเจน





































