เดิมพันสุดท้ายที่ฮอร์มุซ! เมื่อ Ray Dalio เห็นจุดจบมหาอำนาจ
กรรมตามสนองมหาอำนาจ? เมื่อมหาเศรษฐีอเมริกันอย่าง Ray Dalio ออกมาทำนายจุดจบประเทศตัวเอง!"
รู้ไหมคะว่าทำไมมหาเศรษฐีเบอร์ต้นของโลกถึงมองว่า ช่องแคบฮอร์มุซ คือจุดชี้ชะตาที่อาจทำให้สหรัฐฯ เสียตำแหน่งเบอร์ 1 ของโลก?
พี่ออมจะพาไปแกะรอยประวัติศาสตร์ที่เคย "แทงข้างหลัง" กันมาแล้วในปี 1956 และทำไมครั้งนี้สหรัฐฯ ถึงกำลังเดินเข้าสู่ เกมที่ตัวเองเคยเล่นไว้เป๊ะ! มาวิเคราะห์กลไก Big Cycle และจิตวิทยาความเชื่อมั่นที่กำลังสั่นคลอนระเบียบโลกที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1945 กันค่ะ
ในฐานะที่ได้ติดตามบทวิเคราะห์ของ Ray Dalio มาหลายปี ผมรู้สึกว่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซนั้นสะท้อนชัดถึงการเปลี่ยนแปลงของอำนาจโลกอย่างแท้จริง ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือน้ำมันสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ แต่ยังเป็นจุดศูนย์กลางของการวิ่งชนทางการเมืองและเศรษฐกิจ การควบคุมช่องแคบนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงอิทธิพลทางทหารหรือกลยุทธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงอำนาจเชิงเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อระบบการเงินโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูจากการที่ Ray Dalio แสดงความกังวลว่าการสูญเสียการควบคุมแห่งนี้ จะกระทบความเชื่อมั่นในสหรัฐฯ และทำให้ตำแหน่งผู้นำโลกสั่นคลอน เหมือนกับที่ Dalio ชี้ให้เห็นว่าในประวัติศาสตร์อย่างวิกฤตช่องแคบซูเอซปี 1956 มหาอำนาจโลกก็เผชิญกับแรงกดดันและการชิงอำนาจอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาตลอดเวลา สิ่งนี้บ่งชี้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของ Big Cycle ที่มีการเกิดขึ้นซ้ำของความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมคิดว่าการเข้าใจจิตวิทยาความเชื่อมั่นของผู้คนและชาติพันธุ์ในเวทีโลกมีความสำคัญมาก เพราะการเมืองระหว่างประเทศไม่ได้เพียงแค่เรื่องของกำลังทหารหรือทรัพยากรเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการรับรู้ การสื่อสาร และความเชื่อมั่นที่มีต่อกันและกันด้วย สุดท้าย ผมเห็นด้วยกับความเห็นของ Dalio ที่ว่า "ผู้ชนะในสงครามมักจะเป็นผู้ที่รักษาความเป็นกลางได้ดีที่สุด" ทั้งนี้เพราะความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซและการเล่นเกมทางภูมิรัฐศาสตร์จำเป็นต้องอาศัยการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างละเอียดอ่อน ไม่ใช่การเผชิญหน้ากันโดยตรงเท่านั้น นี่คือบทเรียนที่เราควรนำไปใช้ในการเข้าใจสถานการณ์โลกปัจจุบันและเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนทั้งในระดับประเทศและระดับโลกอย่างเข้าใจลึกซึ้งมากขึ้น











