Why does our brain like to throw offense to others?
Have you ever wondered why when bad things happen, we always think of others before ourselves? Psychologically, it's called Externalization. It's the brain's self-defense mechanism that makes us feel less guilty in the short term, but in the long run, it's a trap that makes us lose sight of our potential to solve problems. If you want to start developing your life seriously, try to change from "who does" to "what do we have in this story." See, and you will find that the power to change your life is always in your hands.
จากประสบการณ์ตรงของหลายคน การโยนความผิดให้ผู้อื่นเมื่อเกิดปัญหามักเป็นกลไกป้องกันตัวเองที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นทันที แต่นั่นก็เหมือนดาบสองคมที่หากใช้บ่อยๆ จะทำให้เราหลีกเลี่ยงการมองความจริงและความรับผิดชอบในตัวเองอย่างลึกซึ้ง ในฐานะที่เคยผ่านช่วงเวลาที่นิสัยนี้หนักมากที่สุด ผมพบว่าการตั้งคำถามกับตัวเองว่า "เรามีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหานี้อย่างไร" แทนที่จะโทษคนอื่น ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ทำให้ผมเริ่มเห็นจุดอ่อนและโอกาสในการปรับปรุงตนเองได้จริงจังขึ้น การตระหนักถึง Internalization หรือการรับผิดชอบต่อตัวเองมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าเราต้องโทษตัวเองเสมอไป แต่เป็นการมองว่าปัญหาแต่ละครั้งคือโอกาสที่เราจะเติบโต เหมือนที่จิตวิทยาบอกว่า คนที่เติบโตจริงๆ คือคนที่กล้าจะเห็นและยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง จากนั้นเรียนรู้และปรับเปลี่ยน นอกจากนี้ การเข้าใจกลไก Externalization ยังช่วยให้เราเข้าใจคนรอบข้างมากขึ้นด้วย เมื่อรู้ว่าพวกเขาอาจกำลังใช้กลไกนี้ป้องกันตัวเอง จะทำให้เรามีความอดทนและพร้อมสนับสนุนกันในการแก้ไขปัญหาแทนที่จะทะเลาะกันอย่างไร้ประโยชน์ ดังนั้น การเริ่มเปลี่ยนมุมมองจาก "ใครทำ" เป็น "เรามีบทบาทอะไรในเรื่องนี้" นอกจากจะช่วยให้เรามีพัฒนาการส่วนบุคคลที่ดีขึ้น ยังทำให้ความสัมพันธ์ในชีวิตดีขึ้น เพราะเราหยุดตำหนิและเริ่มร่วมมือกันแก้ไขปัญหาแทน สรุปแล้ว การเข้าใจว่าทำไมสมองเราถึงชอบโยนความผิดให้คนอื่น ช่วยให้เราเห็นความสำคัญของการรับผิดชอบตัวเองและพัฒนาชีวิตอย่างมีสติ เป็นเรื่องที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนลองนำไปใช้ในชีวิตจริงดู แล้วจะพบว่าอำนาจในการเปลี่ยนแปลงชีวิตอยู่ในมือของเราเองจริงๆ