Automatically translated.View original post

Toxic Online and the cheap dopamines of Hit and Run.

Some people do not argue for "knowledge exchange."

But he came in to spit emotion, took cheap dopamine, and ran away as soon as he was asked for evidence.

Psychologically, this behavior is called "Hit and Run."

Is turbulent → satisfying mood → disappearing

Because as soon as it takes real Data,

The brain will begin to enter ego protection mode.

So next time you meet a turbulent person,

Don't curse back.

Let's ask back briefly

"Is there any evidence?"

And look at his brain reaction instead. 😏

# Psychology # HitAndRun # Toxicpeople # Brain # Science

5/21 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัวในสังคมออนไลน์ หลายครั้งที่ผมเจอกับพฤติกรรม ‘Hit and Run’ หรือคนที่เข้ามาป่วน แล้วยิงคำพูดที่สร้างความสะใจให้ตัวเอง แล้วก็หายไปอย่างรวดเร็วเมื่อถูกท้าทายด้วยหลักฐานหรือข้อเท็จจริง พฤติกรรมนี้ไม่เพียงแต่ทำให้บรรยากาศของการสนทนาเป็นพิษ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้เผชิญหน้า หลักการนี้สะท้อนมุมมองทางจิตวิทยาที่บอกว่า สมองของผู้ใช้งานจะตอบสนองด้วยโดพามีน "ราคาถูก" ที่เกิดจากความพึงพอใจชั่วคราวในการป่วน แต่หากถูกเปิดโปงด้วยข้อมูลเชิงลึก สมองจะเข้าสู่โหมดปกป้องอัตตา ทำให้ผู้ป่วนมักเลี่ยงการโต้แย้งต่อและหายไป สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ เมื่อเจอคนที่ใช้วิธีนี้ไม่ควรตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่ควรถามเรียบง่ายว่า "มีหลักฐานไหม?" เพื่อให้ผู้ป่วนได้แสดงความคิดหรือต้องเผชิญหน้ากับการขาดหลักฐาน หากไม่มีคำตอบ มันจะช่วยลดความตึงเครียดและรักษาพลังงานของตัวเอง นอกจากนี้ การเข้าใจว่าพฤติกรรมเหล่านี้มีพื้นฐานมาจากความต้องการโดพามีนหรือต้องการได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว จะช่วยให้เราไม่เกิดความโกรธหรือความเครียดเกินควร ในแง่ของการดูแลตัวเองในโลกออนไลน์ ผมมักเตือนตัวเองและเพื่อนว่าอย่าให้อารมณ์เข้าครอบงำ และใช้วิธีรับมือที่เน้นข้อเท็จจริงและการตั้งคำถามกลับแทนคำต่อว่าหรือการดุว่าคนที่ป่วน ทั้งนี้เพื่อช่วยรักษาความสงบในสายตาและสุขภาพจิตของตนเองในยุคที่ข้อมูลล้นหลามและมีความเป็น Toxic ออนไลน์สูง