คนสร้าง Abraham Accords คือใครบ้าง?

หลายคนอาจคิดว่า Abraham Accords คือ “ดีลสันติภาพ” ระหว่าง Israel กับโลกอาหรับ…

แต่พอลองดูรายชื่อ “คนสร้างดีล”

กลับพบว่าทีมหลักแทบทั้งหมดคือ America กับ Israel

Donald Trump

Jared Kushner

Benjamin Netanyahu

Mike Pompeo

David Friedman

Jason Greenblatt

Avi Berkowitz

แต่พอถามว่า…

ตัวแทน Palestine อยู่ไหน?

ไม่มี

Gaza ไม่มี

ผู้ลี้ภัย Palestinian ไม่มี

Lebanon ไม่มี

Syria ไม่มี

มันเลยเกิดคำถามกลับมาว่า…

ถ้าดีลนี้เกี่ยวกับอนาคต Palestine จริง

แล้วทำไมคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ถึงแทบไม่มีที่นั่งบนโต๊ะเจรจาเลย?

#AbrahamAccords #Israel #Palestine #MiddleEast #Trump

5/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมAbraham Accords นับเป็นหนึ่งในการพยายามสร้างสันติภาพในตะวันออกกลางที่ถูกจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคการเมืองที่สหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญผ่านการผลักดันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และทีมที่ปรึกษาของเขา เช่น Jared Kushner, David Friedman และ Jason Greenblatt ซึ่งคนเหล่านี้ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองเชิงลึกในปัญหาตะวันออกกลางมาก่อน แต่กลับกลายเป็นผู้ขับเคลื่อนแผนสันติภาพนี้อย่างแข็งขัน จากการติดตามรายชื่อคนสร้างดีลนี้อย่างละเอียด พบว่าทีมหลักทั้งหมดเป็นตัวแทนจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ขณะที่ตัวแทนของปาเลสไตน์ รวมทั้งผู้ลี้ภัยจากกาซา เลบานอน และซีเรีย กลับไม่ปรากฏชื่อในโต๊ะเจรจาเลย ซึ่งประเด็นนี้ก่อให้เกิดคำถามที่สำคัญว่าอนาคตของปาเลสไตน์จะถูกพิจารณาและแก้ไขอย่างไร เมื่อทีมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงไม่มีส่วนร่วม ประสบการณ์ตรงจากผมที่ติดตามข่าวสารนี้มา พบว่าการขาดผู้แทนปาเลสไตน์ใน Abraham Accords ส่งผลให้ดีลนี้ถูกมองว่ามีข้อจำกัดในเรื่องความชอบธรรมและความครอบคลุม เพราะสันติภาพที่แท้จริงจะต้องอิงกับความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และต้องเปิดทางให้ทุกเสียงของผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมพูดคุยอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ การขาดผู้เข้าร่วมจากปาเลสไตน์ยังสะท้อนภาพความซับซ้อนทางการเมืองและความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาวนานในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม Abraham Accords ก็ยังเป็นก้าวสำคัญทางการทูตที่สร้างการปรับความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับหลายประเทศอาหรับ เช่น UAE และบาห์เรน ซึ่งช่วยเปิดโอกาสในด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือในระดับภูมิภาค ถึงแม้จะยังไม่ครอบคลุมประเด็นทั้งหมด แต่ก็ถือเป็นการพัฒนาที่น่าสนใจที่จะต้องติดตามในอนาคตว่า ความพยายามนี้จะสามารถนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้หรือไม่ สิ่งที่ผมเรียนรู้จากกระบวนการนี้คือ การสร้างสันติภาพในพื้นที่ซับซ้อนอย่างตะวันออกกลาง ต้องอาศัยความเข้าใจลึกซึ้งต่อประวัติศาสตร์ ความรู้สึกและสิทธิของทุกฝ่าย แม้การมีผู้กุมอำนาจหรือผู้ที่มีอิทธิพลทางการเมืองสำคัญก็จำเป็น แต่เหนืออื่นใด การเปิดพื้นที่และการยอมรับเสียงของผู้ได้รับผลกระทบนั้นสำคัญมากกว่าการเจรจาแบบปิดประตู การร่วมมืออย่างแท้จริงจะสร้างแรงผลักดันที่ยั่งยืนและลดความขัดแย้งในระยะยาวได้มากที่สุด