Automatically translated.View original post

The logic crooked the DJ's head slap case. Today's current node...Can it be you?!

6/17 Edited to

... Read moreช่วงที่ได้ติดตามกรณีตบหัวดีเจในรายการโหนกระแส ผมรู้สึกว่ามีหลายจุดที่ควรทำความเข้าใจลึกซึ้งมากขึ้นในแง่มุมของจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์ ในฐานะคนที่สนใจเรื่องการวิเคราะห์พฤติกรรมและสมอง การได้เห็นการใช้ข้ออ้างการซึมเศร้าและการเที่ยวผับทุกคืนโดยผู้ก่อเหตุ ถือว่าเป็นการเบี่ยงเบนความรับผิดชอบอย่างชัดเจน จากที่เรียนรู้มาจะเห็นว่าการใช้แอลกอฮอล์เป็นครั้งคราวเพื่อผ่อนคลายอาจไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เมื่อใช้เป็นเครื่องมือหลีกเลี่ยงความผิด หรือเป็นข้ออ้างทางอารมณ์ กลับสร้างวงจรปัญหาทางสังคมและสุขภาพจิตในระยะยาวอย่างมาก การที่สมองส่วน prefrontal cortex ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจถูกทำลายหรือยับยั้ง เนื่องจากแอลกอฮอล์ ส่งผลให้ความสามารถในการควบคุมตัวเองลดลง ทำให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวและตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย ในกรณีนี้ ตรรกะที่ผู้ก่อเหตุนำมาใช้ คือการกล่าวอ้างว่าตนเองเป็นเหยื่อของความรู้สึกซึมเศร้าและความเครียด จึงทำให้ต้องออกไปเที่ยวผับบ่อยครั้งและมีพฤติกรรมก้าวร้าว ถือเป็นตัวอย่างของ "playing the victim" หรือการเล่นบทเหยื่อเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ ซึ่งในทางจิตวิทยาไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเหตุผลที่เหมาะสมในการกระทำผิด ผมยังสังเกตว่าการที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่านึกว่าสนิทสนมกับดีเจจนทำให้เกิดการตบหัวนั้น ขัดกับแนวคิดเรื่อง PERSONAL BOUNDARIES หรือขอบเขตส่วนบุคคล ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์จะต้องมีความเคารพและความยินยอมจากทุกฝ่าย การไม่เคารพขอบเขตส่วนบุคคลอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและปัญหาทางสังคม สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำหลักจิตวิทยามาใช้วิเคราะห์และช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความรับผิดชอบและการจัดการอารมณ์ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด การไม่หลีกเลี่ยงข้อเท็จจริงและไม่ใช้ข้ออ้างเพื่อซ่อนความผิด เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เกิดความยุติธรรมและการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข การได้ฟังการวิเคราะห์จากรายการโหนกระแสในวันนั้นช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับผม และหวังว่าจะช่วยให้เพื่อนๆ ที่ติดตามเหตุการณ์นี้ได้รู้จักตรรกะที่ถูกต้องและเข้าใจถึงพฤติกรรมทางจิตวิทยาเบื้องหลังการกระทำของผู้คนในสถานการณ์ต่างๆ มากขึ้นด้วยเช่นกัน