Have 100 capital to invest, what to sell?
A 100 baht capital can start selling if you choose a product that is low cost but fast rotation and creative force instead of money.
Let me divide the idea into three groups to choose from.
---
1. Selling custom-made goods
Use capital to buy raw materials and add value to crafts.
Herbal Juice / Baek Juice / Pandan Juice → Cost of 2-5 Baht per bottle Sold 10-15 Baht
Simple snacks such as foo cup candy, cookies, or dyed boiled eggs (humiliating school / flea market)
Small box rice, such as omelette rice, fried rice → uses few raw materials but sells profit.
---
2. Sell goods, buy and sell.
Select products that use a small amount of purchase capital and retail.
Small Bag Candy / Treats → Buy a Big Pack and then Split Sale
Small items such as hair bands, hair clips, keychains
Seasonal fruits or vegetables → Buy from the morning market, wholesale price. Come to sell during the day.
---
3. Selling "Idea" or "Labour"
Use capital 100 as the default device, and the rest is your force.
Neighborhood shuttle service (using refueling capital or nominal travel expenses)
Write a sign / draw / craft → capital to buy paper or paint
Take a picture of a beautiful product for the merchant on the page (using an existing phone).
---
💡 100 baht grant technique grows to 200 + baht fastest.
Select products that sell out in one day to spin money quickly.
Selling places with many passersby, such as in front of schools, bus stops, flea markets.
Make products look attractive, such as pretty packaging, big price tags.
ถ้าทุนมีแค่ 100 บาท แล้วกำลังคิดว่า “ลงทุนขายอะไรดีงบน้อย” หรือ “แม่ค้ามือใหม่ขายอะไรดี” เราแนะนำให้เริ่มจากของที่ 1) ของจำเป็น/ของกิน 2) แพ็กเล็ก ขายง่าย 3) ทำได้เร็ว และ 4) ไม่ต้องสต็อกเยอะ เพราะหัวใจของทุนน้อยคือ “หมุนเงิน” ให้ไวที่สุด ไอเดียที่ทำแล้วขายง่ายมาก (เหมาะกับมือใหม่) 1) ของกินเล่นทำง่าย “ชุดเล็ก” - ลูกชิ้นปลา/เกี๊ยว/ทอดมัน ใส่กล่องพลาสติกใส + น้ำจิ้ม + ส้อมเล็กๆ ทำเป็นชุด 20–25 บาท คนตัดสินใจซื้อง่าย โดยเฉพาะหน้าโรงเรียนหรือแถวป้ายรถเมล์ - เทคนิค: ซื้อวัตถุดิบครั้งแรกแค่น้อยๆ ก่อน (เช่น 10–15 ชุด) เพื่อเทสต์ว่าจุดขายของเราคนชอบรสไหน 2) ยำ/อาหารปรุงสำเร็จแบบ “กล่องเดี่ยว” - ยำกุ้งรสจัดจ้านหรือยำขนมจีน ทำเป็นกล่องเล็ก ขายช่วงเที่ยง/เย็น เหมาะกับคนอยากกินอะไรแซ่บๆ แต่ไม่อยากต่อคิว - เคล็ดลับมือใหม่: ทำ “น้ำยำสูตรเดียว” ไว้ก่อน แล้วเลือกใส่วัตถุดิบตามงบ (กุ้ง/ไส้กรอก/ปูอัด) จะคุมต้นทุนง่าย 3) ซื้อมาแบ่งขายที่ต้นทุนไม่บาน - ลูกอม/ขนมซองเล็ก แยกขายหน้ารร.หรือหน้าออฟฟิศ คนซื้อเพราะราคาไม่แรง - ของใช้จุกจิก เช่น ยางรัดผม/กิ๊บ/พวงกุญแจ เลือกแบบที่ “เป็นเซ็ต” จะดูคุ้มและขายง่ายกว่าชิ้นเดี่ยว แนวทางเลือกของให้เหมาะกับ “งบ 100” - เลือกของที่ตั้งราคาขายได้ 10, 20, 25 บาท จะทอนง่ายและปิดการขายไว - เริ่มแบบ “รับพรีออเดอร์” ก่อนทำจริง เช่น โพสต์ในไลน์กลุ่ม/เฟซบุ๊กชุมชนว่า รอบบ่ายมีลูกชิ้น+น้ำจิ้ม 20 ชุด ใครเอาทักมา จะช่วยไม่เสี่ยงเหลือ - ใช้แพ็กเกจจิ้งให้ดูน่าซื้อ: กล่องใส/ถุงซิป + สติ๊กเกอร์ชื่อเมนู/ความเผ็ด (ลงทุนเล็กน้อยแต่เพิ่มความน่าเชื่อถือ) ทริคเพิ่มยอดสำหรับแม่ค้ามือใหม่ - ป้ายราคาใหญ่ๆ ชัดๆ และมี “โปร 3 กล่อง 50” หรือ “ซื้อ 2 แถมน้ำจิ้มเพิ่ม” จะกระตุ้นให้ซื้อหลายชิ้น - ทำรสชาติ/ระดับเผ็ด 2 แบบ (ธรรมดา/แซ่บ) ให้ลูกค้าเลือก แล้วจำได้ว่าเรามีเอกลักษณ์ - จดต้นทุนทุกครั้ง: วัตถุดิบ + กล่อง + น้ำจิ้ม + แก๊ส/น้ำแข็ง เพื่อรู้จริงว่ากำไรต่อกล่องเท่าไหร่ สรุป: ถ้าถามว่าขายอะไรดีลงทุนน้อยที่สุด ให้เริ่มจาก “ของกินเล่นชุดเล็ก” หรือ “ยำกล่องเดี่ยว” เพราะขายง่าย หมุนเงินไว และต่อยอดได้เร็ว พอรอบแรกขายหมด ค่อยเพิ่มจำนวนแบบปลอดภัย

