# มีพบก็ต้องมีจาก
เมื่อมีพบวันนี้ย่อมมีจากเราต่างหาก จะคิด ยึดติดไหมเราไม่ได้เป็นเจ้าของ ชีวิตใคร บอกหัวใจดวงน้อยไให้ปล่อยวาง ไม่จากเป็นก็จากตายในชีวิต อย่ายึดติดกับใครให้ปวดหัวการจากลาทุกครั้งช่างน่ากลัว จะดีชั่วเรารู้แน่ อยู่แก่ใจ🍃#ติดเทรนด์ #ป้ายยากับlemon8
คำว่า “มีพบก็ต้องมีจาก” เป็นประโยคที่ฉันได้ยินบ่อยมาก แต่กว่าจะเข้าใจจริงๆ ก็ต้องผ่านการจากลาหลายครั้ง ทั้งจากกันเพราะระยะทาง เพราะเวลาเปลี่ยน หรือบางครั้งคือจากกันแบบไม่มีโอกาสได้บอกลาเลย ยิ่งโตขึ้นยิ่งรู้ว่า “การยึดติด” ทำให้การจากลาหนักขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น สิ่งหนึ่งที่ช่วยฉันได้คือการยอมรับความจริงก่อนว่า เราไม่ได้เป็นเจ้าของชีวิตใคร ต่อให้รักมากแค่ไหน เราก็ควบคุมความรู้สึก การตัดสินใจ หรือเส้นทางของเขาไม่ได้ การคิดแบบนี้ไม่ได้แปลว่าไม่รักนะ แต่เป็นการรักแบบไม่จับไว้แน่นเกินไป พอถึงวันที่ต้องจากกันจริงๆ หัวใจจะไม่แตกสลายเท่าเดิม เวลาที่เริ่มรู้สึกยึดติด ฉันจะลองเช็กตัวเองด้วยคำถามง่ายๆ 3 ข้อ 1) เรากำลังกลัวอะไรอยู่: กลัวเหงา กลัวถูกทิ้ง หรือกลัวเริ่มใหม่? 2) เรารักเขา หรือเรารัก “ความสบายใจ” ที่เขาให้? 3) ถ้าต้องจากวันนี้ เราอยากจำเขาแบบไหน? คำถามพวกนี้ทำให้เห็นรากของความเจ็บ และทำให้เรากลับมาอยู่กับความจริงมากขึ้น อีกอย่างที่ฉันทำคือ “ซ้อมปล่อยวาง” ในเรื่องเล็กๆ ก่อน เช่น ไม่คาดหวังให้คนอื่นตอบแชตทันที ไม่ผูกอารมณ์กับคำพูดบางประโยค หรือยอมรับว่าความสัมพันธ์ทุกแบบมีช่วงขึ้นลง พอฝึกจากเรื่องเล็กๆ ได้ วันหนึ่งเวลาเจอสถานการณ์ใหญ่ หัวใจจะมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น ถ้าวันนี้คุณกำลังอยู่ในช่วงต้องลาจาก ลองให้เวลากับตัวเองได้เศร้าได้ แต่ไม่ต้องลงโทษตัวเองด้วยการคิดซ้ำว่า “เราผิดอะไร” บางการจากลาไม่ใช่ความผิดของใครเลย มันเป็นธรรมชาติของชีวิตที่มีพบก็ต้องมีจากจริงๆ สิ่งที่เราทำได้คือเก็บความทรงจำดีๆ ไว้เป็นบทเรียน และขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเคยได้พบกัน สุดท้ายฉันชอบบอกตัวเองว่า การปล่อยวางไม่ใช่การลืม แต่คือการยอมรับ แล้วเลือกเดินต่อด้วยหัวใจที่เบาลง ถ้ายังเจ็บอยู่ก็ไม่เป็นไร แปลว่าเราเคยรักจริง แค่ค่อยๆ ปล่อยให้เวลาช่วยเยียวยา แล้วกลับมาดูแลใจตัวเองให้มากขึ้นในทุกวัน














