Automatically translated.View original post

How to get rid of mold on the closet

2025/9/3 Edited to

... Read moreบ้านไหนเจอ “ตู้เสื้อผ้าขึ้นรา” หรือเปิดตู้มาแล้วมีกลิ่นอับ ๆ โดยเฉพาะช่วงฝนตกบ่อย เราเคยเจอเหมือนกันค่ะ ตอนแรกคิดว่าเช็ด ๆ พอ แต่ถ้าเชื้อราขึ้นแล้วไม่จัดการให้ถูกวิธี สปอร์จะกระจายติดเสื้อผ้าง่ายมาก (โดยเฉพาะพวกผ้าบางอย่าง “เสื้อในขึ้นรา” เจอบ่อยสุด) วิธีกำจัดเชื้อราในตู้เสื้อผ้าแบบที่ทำตามได้ทีละขั้น 1) เคลียร์ตู้ก่อนทำความสะอาด - เอาเสื้อผ้าออกให้หมด แยกกอง “ยังไม่ขึ้นรา/เริ่มเป็นจุด/เป็นหนัก” จะได้ไม่แพร่ไปทั้งตู้ - เปิดประตูตู้ทิ้งไว้ให้ระบายอากาศ 2) เลือกน้ำยาตามระดับความหนักของเชื้อรา - น้ำส้มสายชู: เหมาะกับคราบเชื้อราทั่วไป/กลิ่นอับ ฉีดบริเวณที่ขึ้นเชื้อรา ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แล้วใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดบิดหมาด ๆ เช็ดซ้ำ เพื่อลดคราบและสปอร์ จากนั้นเช็ดให้แห้ง - แอลกอฮอล์ 70%: เหมาะกับจุดราเล็ก ๆ หรือจุดที่ต้องการให้แห้งไว ฉีดแอลกอฮอล์ลงบนจุดรา แล้วรอให้ระเหย จากนั้นเช็ดซ้ำด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งอีกที - เบกกิ้งโซดา: เหมาะกับคราบที่เกาะแน่น ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเล็กน้อยให้เป็นเนื้อข้น ๆ ใช้แปรงขัดเบา ๆ เฉพาะจุด แล้วเช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง (อย่าขัดแรงถ้าเป็นไม้เคลือบ) 3) “ทำให้แห้งสนิท” สำคัญกว่าที่คิด หลังเช็ดเสร็จแนะนำใช้ผ้าแห้งซ้ำอีกที แล้วช่วยเป่าลมให้แห้ง เช่น ใช้ไดร์เป่าผมโหมดลมอุ่น/ลมเย็น เป่าให้แห้งตามซอกมุม เพราะถ้ามีความชื้นค้าง เชื้อรากลับมาไวมาก ถ้าเสื้อในขึ้นรา/เสื้อผ้าขึ้นรา ทำยังไงดี - แยกซักทันที อย่าปนกับผ้าอื่น - ถ้าเป็นจุดเล็ก ๆ ลองแช่น้ำผสมน้ำส้มสายชูสักพัก แล้วซักตามปกติ - ถ้าขึ้นราเป็นปื้นและมีกลิ่นแรงมาก บางชิ้นอาจกำจัดกลิ่นไม่หมด (โดยเฉพาะผ้ายืด/ฟองน้ำในเสื้อใน) เราจะตัดใจทิ้งเพื่อสุขอนามัยค่ะ ทริคป้องกันเชื้อราไม่ให้กลับมา - ตากผ้าให้แห้งสนิทก่อนนำไปเก็บในตู้ (สำคัญสุด) - วางถุงดูดชื้นไว้ในตู้เสื้อผ้า และเปลี่ยนตามรอบ - จัดตู้ให้มีอากาศถ่ายเท อย่าอัดแน่นเกินไป - หมั่นเช็ดทำความสะอาดตู้และเปิดตู้ระบายอากาศเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ทำครบทั้ง “กำจัด + ทำให้แห้ง + ลดความชื้น” แล้วปัญหาตู้ขึ้นราจะดีขึ้นชัดเจนค่ะ