♪ Thank you yourself, thank you, breath together ♪
บางวันตื่นมารู้สึกเหนื่อยทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มอะไรเลย เราเคยเป็นเหมือนกัน แล้วก็เพิ่งรู้ว่าการ “ขอบคุณร่างกาย” กับ “ขอบคุณลมหายใจ” เป็นวิธีเล็กๆ ที่ช่วยพยุงใจได้ดีมาก ไม่ต้องทำให้ยิ่งใหญ่ แค่ทำให้สม่ำเสมอ 1) ขอบคุณร่างกายแบบไล่ส่วน (1 นาที) ลองหลับตาแล้วไล่ขอบคุณทีละส่วน: “ขอบคุณตาที่มองเห็น ขอบคุณขาที่พาเราเดิน ขอบคุณหัวใจที่เต้นอยู่” พูดในใจเบาๆ ก็ได้ เราชอบทำตอนล้างหน้า เพราะเป็นจังหวะเริ่มวันแบบนุ่มๆ 2) หายใจ 4-4-6 เพื่อกลับมาอยู่กับปัจจุบัน สูดลมเข้า 4 วินาที กลั้น 4 วินาที แล้วค่อยๆ ผ่อนออก 6 วินาที ทำ 3 รอบ จะรู้สึกว่าหัวใจช้าลงและความคิดฟุ้งลดลง เหมือนเรากำลังบอกตัวเองว่า “ขอบคุณลมหายใจที่ยังอยู่ด้วยกัน” 3) ประโยคสั้นๆ ที่ใช้ได้จริงเวลาท้อ เลือก 1 ประโยคติดตัว เช่น - “ขอบคุณร่างกายที่พามาถึงตรงนี้” - “ขอบคุณลมหายใจที่ช่วยให้เราผ่านวันนี้ได้” เรามักพูดตอนเดินขึ้นบันไดหรือก่อนเริ่มงาน ช่วยรีเซ็ตความรู้สึกได้ดี 4) เช็กอินความรู้สึกแบบไม่ตัดสิน ถามตัวเองว่า “ตอนนี้เรารู้สึกอะไรอยู่ในร่างกาย?” เช่น แน่นหน้าอก ปวดคอ หรือหายใจตื้นๆ แล้วตามด้วยประโยคขอบคุณ: “ขอบคุณที่ส่งสัญญาณให้รู้ว่าเราควรพัก” แค่นี้ก็อ่อนโยนกับตัวเองขึ้นเยอะ 5) ขอบคุณร่างกายด้วยการดูแล 1 อย่าง ไม่ต้องยกเครื่องชีวิต เลือกอย่างเดียวพอ เช่น ดื่มน้ำเพิ่ม 1 แก้ว ยืดคอไหล่ 2 นาที หรือเดินรับแดด 5 นาที แล้วพูดปิดท้ายว่า “ขอบคุณที่พยายามมาตลอดนะ” 6) เขียน 3 บรรทัดก่อนนอน - วันนี้ร่างกายช่วยเราเรื่องอะไร - วันนี้ลมหายใจช่วยเราผ่านช่วงไหน - พรุ่งนี้อยากดูแลตัวเองอย่างไร 1 อย่าง ทำต่อเนื่องสักสัปดาห์ จะเห็นแพตเทิร์นว่าเราเหนื่อยตรงไหนและควรพักแบบไหน 7) ถ้าวันไหนทำไม่ไหว ให้ทำเวอร์ชันย่อ แค่เอามือแตะหน้าอก หายใจเข้าลึกๆ 1 ครั้ง แล้วพูดว่า “ขอบคุณลมหายใจ” ก็ถือว่าพอแล้ว บางวันการอยู่รอดก็เป็นความสำเร็จ สุดท้าย การขอบคุณตัวเองไม่ใช่การฝืนให้คิดบวกตลอดเวลา แต่เป็นการยอมรับว่าเรายังมีร่างกายและลมหายใจเป็นเพื่อนร่วมทาง ถ้าวันนี้คุณอ่านมาถึงตรงนี้ ขอบคุณร่างกาย และขอบคุณลมหายใจของคุณจริงๆ