เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้ประชุมสรุปพยานหลักฐานที่ได้รวบรวมมาได้หลังจากแจ้ง สว.๒ แล้ว เห็นว่า ตามทางการสอบสวนไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาว่า ผู้ถูกกล่าวหามีการกระทำความผิดวินัย จึงลงมติให้ยุติการสอบสวน และทำรายงานการสอบสวน สว.6 เสนอผู้สั่งแต่งตั้ง จึงเป็นการถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
(หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ล 1381 ลงวันที่ 27 ธ.ค. 2547)
#ถาม ทำ สว.2 แล้ว ไม่ทำ สว.3 แต่ ทำ สว.6 เลยก็ได้ ครับ
จากประสบการณ์ในกระบวนการสอบสวนวินัยในองค์กรราชการ การเข้าใจขั้นตอนและเอกสารที่ใช้เป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะขั้นตอน การแจ้ง สว.2 การพิจารณาพยานหลักฐาน และการดำเนินการต่อเนื่องในกรณีที่ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะชี้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างแท้จริง ในกรณีนี้หลังจากที่คณะกรรมการสอบสวนได้ประชุมและทบทวนหลักฐานที่รวบรวมได้ พบว่าไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหา จึงได้ลงมติให้ยุติการสอบสวนและจัดทำรายงาน สว.6 เสนอผู้สั่งแต่งตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ฉบับที่ นร 1011/ล 1381 ลงวันที่ 27 ธ.ค. 2547 การรู้จักการทำงานของเอกสารแต่ละชนิด เช่น สว.2 ที่แจ้งเรื่องการสอบสวน สว.3 ที่ใช้แจ้งผลการสอบสวน หากผู้สอบสวนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องทำ สว.3 ก็สามารถข้ามไปทำรายงาน สว.6 เพื่อยุติการสอบสวนได้ โดยไม่ขัดกับขั้นตอนหรือกฎระเบียบ สิ่งที่สำคัญจากกรณีนี้คือ การมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนและเพียงพอเพื่อดำเนินการในการสอบสวน หากไม่พบข้อเท็จจริงที่สนับสนุนการกระทำผิดวินัย การยุติการสอบสวนจะช่วยลดขั้นตอนและไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถูกกล่าวหา อีกทั้งยังสร้างความถูกต้องและเป็นธรรมในการดำเนินงานขององค์กรราชการด้วย โดยส่วนตัวเมื่อทำงานเกี่ยวกับกรณีสอบสวนวินัย พบว่าการเข้าใจวิธีการใช้เอกสารต่าง ๆ และระเบียบราชการอย่างถูกต้อง รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนร่วมงานในสายงานเดียวกันช่วยให้การจัดการสอบสวนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย



















