#Repost @fiatography with @use.repost
・・・
ภาพน้ำท่วมใหญ่ ปี 54 อาจกลับมาอีกครั้ง ในอีก 5 ปีข้างหน้า และกรุงเทพจะจมใต้น้ำเกือบทั้งหมดภายในปี 2593
อ.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศ และ ภัยภิบัติ ม.รังสิต ชี้ปัจจัยอาจเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพ จากหลายสาเหตุเช่น
กรุงเทพฯ ระบายน้ำได้ช้า 6-10 ชม. -บางพื้นที่ ใช้เวลาเป็นอาทิตย์ เช่นลาดกระบัง
น้ำท่วมกท ม.เป็นน้ำหลากจากภาคเหนือ เช่นปี 38 47 49 และปี 54
ระดับน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นถาวร จากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ทำให้ระบายลงทะเลไม่ได้ ขณะที่กรุงเทพทรุดตัวลงปีละ 2-3 ซม.
โดยในปี 2573 น้ำทะเลหนุนสูง จะเข้าท่วมแผ่นดินประมาณ 4 กม. และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็น 12 กม.ในปี 2643
ในปี 2573 กรุงเทพฯและปริมณฑล คาดว่าน่าจะท่วมหนักกว่าเดิม เพราะผังเมืองการก่อสร้างขวางทางน้ำหมด
โดยเมื่อทำแบบจำลองน้ำท่วมพบว่า กทม.ไม่น่าจะรับมือภัยภิบัตินี้ได้ ถ้าไม่เร่งทำมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ ทีเหลือเวลาอีกแค่ 5 ปี
ด้านClimate Central คาดจะเกิดน้ำท่วมหนักในกรุงเทพฯและพื้นที่ริมชายฝั่งไทย โดยจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดในปี 2573 เช่นกัน
ส่วนในระยะยาว สถาบันต่างๆ ชี้ว่า ในปี 2593 ไทยติดอันดับ 4 ของโลก เสี่ยงถู กน้ำท่วมหนัก โดยกรุงเทพฯจะจมน้ำเกือบทั้งหมด -ปชช.เกือบ 11 ล้านคนต้องอพยพออกจากพื้นที่
และ(IPCC) คาดว่าใน ปี 2643 หรือ 75 ปีข้างหน้า ระ ดับน้ำทะเลอาจสูงกว่าปัจจุบันถึง 1.1 เมตร คนกว่าพันล้านคนจะเผชิญกับความเสี่ยง ตั้งแต่ปี 2593 เป็นต้นไป คุณว่ามันจะมาจริงมั้ย?
#greenheart #djfiat #ดีเจเฟี้ยต #greenwave #greenwave1065 #กรีนเวฟ #น้ำท่วม #กรุงเทพ
น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดในกรุงเทพฯในอดีต เช่น ปี 2538 2547 2549 และปี 2554 เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราตระหนักถึงปัญหาที่กำลังจะมาในอนาคต โดยในปี 2573 หรืออีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า มีความเป็นไปได้สูงที่น้ำท่วมใหญ่จะกลับมาอีกครั้ง ตามคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศและภัยพิบัติอย่าง อ.เสรี ศุภราทิตย์ ซึ่งชี้ชัดถึงสาเหตุหลายประการที่ทำให้กรุงเทพฯ เตรียมรับมือไม่ไหว อาทิ ระบบการระบายน้ำที่ช้าและบางพื้นที่ใช้เวลานานมากจนยิ่งทำให้น้ำขัง โดยเฉพาะเขตลาดกระบังที่ต้องใช้เวลาถึงหลายวันกว่าน้ำจะลดได้ นอกจากนี้ น้ำท่วมในกรุงเทพส่วนใหญ่มักเกิดจากน้ำหลากที่ไหลมาจากภาคเหนือ และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างถาวรเนื่องจากภาวะโลกร้อน ทำให้การระบายน้ำลงทะเลทำได้ยากขึ้น ขณะที่กรุงเทพฯ เองก็ทรุดตัวลงปีละ 2-3 เซนติเมตร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยซ้ำเติมความรุนแรงของน้ำท่วม การวางผังเมืองและการก่อสร้างที่ไม่คำนึงถึงทางน้ำยังทำให้เกิดการอุดตันทางระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำท่วมหนักขึ้นในระยะถัดไป ซึ่งการจำลองสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดพบว่า เมืองหลวงของเราอาจจะรับมือกับภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ได้ หากไม่เร่งดำเนินมาตรการป้องกันและฟื้นฟูระบบระบายน้ำทันที รายงานจาก Climate Central และหน่วยงานระหว่างประเทศอย่าง IPCC ยังส่งสัญญาณเตือนว่า ตั้งแต่ปี 2593 เป็นต้นไป กรุงเทพฯ อาจถูกน้ำท่วมจนน้ำท่วมเกือบทั้งเมือง ประชาชนจำนวนกว่า 11 ล้านคนอาจต้องอพยพออกจากพื้นที่ และระดับน้ำทะเลอาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.1 เมตรในอีก 75 ปีข้างหน้า นี่จึงเป็นเรื่องที่เราควรตระหนักและเตรียมตัวมากที่สุด ทั้งในระดับบุคคลและชุมชน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่วมสนับสนุนมาตรการของภาครัฐในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและรับมือภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

