#Repost @bangkokbiznews with @use.repost

・・・

ปิดฉาก 8 ปี ‘เจอโรม พาวเวล’ | Did You Know

.

เส้นทาง 8 ปี 'เจอโรม พาวเวล' ลงจากเก้าอี้ประธาน Fed กับ 5 ด่านวิกฤติการเงิน-เศรษฐกิจ

.

#ธนาคารกลางสหรัฐ #วิกฤติการเงิน #รู้หรือไม่ #DidYouKnow #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities

5/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะหนึ่งในผู้ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินอย่างใกล้ชิด ช่วง 8 ปีของเจอโรม พาวเวลล์ในตำแหน่งประธาน Fed คือบทเรียนที่สะท้อนถึงความท้าทายและความไม่แน่นอนในโลกการเงินยุคใหม่ ผมเห็นว่าหนึ่งในแง่มุมที่น่าสนใจที่สุดคือวิธีที่พาวเวลล์จัดการกับวิกฤติโควิด-19 ที่กระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง ทันทีที่โรคระบาดเริ่มแพร่ระบาด เขาตัดสินใจใช้นโยบายการเงินที่รวดเร็วและกล้าหาญ ด้วยการอัดฉีดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในเวลาเพียงสองเดือน ถือเป็นช่วงเวลาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเงินโลก แม้จะช่วยบรรเทาผลกระทบของโควิดได้ แต่ก็เกิดวิกฤติเงินเฟ้อตามมา ซึ่งพาวเวลล์ต้องปรับทิศทางขึ้นดอกเบี้ยอย่างเข้มงวด เพื่อจำกัดอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี ความท้าทายนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อคนทั่วสหรัฐฯ แต่ยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างพาวเวลล์กับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ พาวเวลล์ยืนหยัดไม่ยอมให้อิทธิพลทางการเมืองมากดดัน แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักก็ตาม ในปี 2023 วิกฤติแบงก์ล้มที่ใหญ่เมือง เช่น Silicon Valley Bank กลายเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญ พาวเวลล์และทีมงานต้องดำเนินการอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามกลายเป็นวิกฤติโลก สุดท้าย การจัดการกับเรื่องอื้อฉาวและจริยธรรมใน Fed ด้วยการออกกฎเกณฑ์ใหม่ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีว่าธนาคารกลางต้องการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและรักษาเกียรติของสถาบันนี้โดยไม่อ่อนข้อให้กับปัญหาภายใน จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นว่าการเสียดสีและวิกฤติที่เจอโรม พาวเวลล์เผชิญไม่ได้ทำให้เขาถอยหลัง แต่กลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งและบทบาทสำคัญของ Fed ในโลกการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำคนใหม่ที่จะเข้ามาต่อจากเขาจะต้องเรียนรู้จากบทเรียนเหล่านี้ และพร้อมเผชิญหน้าวิกฤติในอนาคตด้วยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่เหมาะสม