#Repost @ihereton with @use.repost
・・・
เปิดพินัยกรรม "พุทธทาสภิกขุ" สั่งทำศพแบบอสุภ ปล่อยร่างเน่าบนกองทราย!
ร่างกายที่ไร้วิญญาณ ถูกปล่อยให้เน่าเปื่อยอยู่บนกองทราย... นี่คือความตั้งใจสุดท้ายของ "ท่านพุทธทาสภิกขุ" ที่ระบุไว้ก่อนละสังขาร จนลูกศิษย์ทนดูไม่ได้และต้องขอร้องให้เปลี่ยนใหม่! เบื้องหลังพินัยกรรมฉบับประวัติศาสตร์ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์งานศพพ ระผู้ใหญ่สอนอะไรเราบ้าง ไปฟังกันครับ
#TONISTYLE #เรื่องเล่า #พุทธทาสภิกขุ #สวนโมกข์ #ธรรมะ #ประวัติศาสตร์ไทย #ความรู้รอบตัว #ศิลปวัฒนธรรม #ข้อคิดเตือนใจ
ข้อมูลจาก ธนกฤต ก้องเวหา / นิตยสารศิลปวัฒนธรรม (Silpa-Mag)
https://www.silpa-mag.com/history/article_156228
การตั้งใจของพุทธทาสภิกขุให้ร่างกายของท่านถูกปล่อยไว้บนกองทรายจนนําไปสู่การเน่าเปื่อย ถือเป็นการปฏิบัติที่แปลกใหม่ในสังคมไทย ซึ่งโดยปกติแล้วงานศพของพระสงฆ์จะมีพิธีการที่เป็นระเบียบและครอบคลุมความเคารพอย่างสูงสุด การเลือกทำศพแบบอสุภ ซึ่งหมายถึงการมองเห็นความจริงของสภาพร่างกายที่เน่าเปื่อยและเป็นของไม่เที่ยง เป็นการสะท้อนแนวคิดธรรมะที่เน้นความไม่เที่ยงแท้ ความดับไปของสรรพสิ่ง รวมถึงการยึดถือในธรรมชาติที่แท้จริงของชีวิตและความตาย จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ศึกษาธรรมะและติดตามคำสอนของพุทธทาสภิกขุ ทำให้เห็นว่าท่านเน้นย้ำเรื่องความไม่ยึดติดและการเผชิญหน้ากับความจริงอย่างตรงไปตรงมา การปล่อยให้ร่างกายเน่าเปื่อยบนกองทรายจึงไม่ใช้เพียงพิธีกรรมที่แปลกใหม่เท่านั้น แต่นี่คือการสื่อสารถึงธรรมะในรูปแบบที่เข้มข้นและชัดเจนที่สุด เพื่อให้ศิษย์และผู้คนหันมามองชีวิตและความตายอย่างปัญญา แม้ลูกศิษย์จะรู้สึกกังวลและขอร้องให้เปลี่ยนแปลงด้วยความรักและความห่วงใย แต่ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงความหมายของความไม่ยึดติด ละวาง และการยอมรับความจริงอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังเป็นการท้าทายความเคยชินและประเพณีที่ยึดถือกันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดการสนทนาและไตร่ตรองเกี่ยวกับความหมายของชีวิต ความตาย และธรรมะในยุคสมัยใหม่ จุดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเข้าใจธรรมะจากมุมมองที่ไม่ใช่แค่คำสอนผ่านหนังสือ แต่ผ่านพฤติกรรมและการจัดการกับศพของพระสงฆ์ใหญ่สามารถเติมเต็มความรู้และการปฏิบัติธรรมให้มีชีวิตชีวามากขึ้น เป็นบทเรียนที่ล้ำค่าและท้าทายสำหรับคนรุ่นหลังที่จะเดินทางสายธรรมะในโลกปัจจุบัน

































