Replying to
ถ้าเพิ่งได้ยินคำว่า “แกล/gyaru” แล้วนึกภาพไม่ออก เราขอสรุปแบบที่เราเข้าใจง่าย ๆ ตอนเริ่มศึกษาเองนะคะ: Gyaru (ギャル) หรือ “Gal” คือวัฒนธรรมแฟชั่นวัยรุ่นญี่ปุ่นที่เด่นมากช่วงปลายยุค 90s–2000s โดยเฉพาะแถวชิบูยะ ลุคจะเน้น “กล้าชัด ไม่ตามกรอบ” ทั้งการแต่งหน้า สีผิว ทรงผม และการแต่งตัว ซึ่งหลายคนชอบถามว่า gyaru style คืออะไร คำตอบสั้น ๆ คือเป็นสไตล์ที่ตั้งใจแตกต่างจากความเรียบร้อยแบบเดิม ๆ ของญี่ปุ่นนั่นเอง จุดสังเกตของ “สไตล์แกล” ที่เห็นบ่อย: - ผิวแทน/โทนผิวเข้มขึ้น: บางยุคฮิตแทนจัดมาก (มีวัฒนธรรมเข้าร้านทำผิวแทนด้วย) เพื่อให้ตัดกับเมคอัพและสีผม - ผม: ตั้งแต่ผมตรงดำแบบมินิมอลไปจนถึงผมทำสี อัดลอน ดัดฟู หรือใส่วิก/ต่อผม ขึ้นกับสายที่ชอบ - เมคอัพ: ตาเด่น ขนตาฟู อายไลเนอร์ชัด คอนทัวร์/ไฮไลต์ให้หน้าดูคม บางสายมีการเขียนดอลลี่อาย ทำให้ตาดูกลม - เสื้อผ้า: มีหลายแขนงมาก ตั้งแต่ลุคหวานจัด ๆ ไปจนถึงเซ็กซี่แบบ bodikon core (เดรสเข้ารูป) หรือสายเท่สตรีท หลายคนอาจเคยเห็นดราม่าหรือคำว่า “Enjo-kōsai (援助交際)” โผล่มาคู่กับแกลในบางสื่อ ซึ่งจริง ๆ เป็นประเด็นที่สื่อยุคนั้นชอบเหมารวมและทำให้คนเข้าใจผิดว่าแกล = พฤติกรรมไม่ดี ทั้งที่ความจริง “ซับคัลเจอร์” นี้มีความหลากหลายมาก และแก่นหลักคือการแสดงตัวตน ต่อต้านความคาดหวังเดิม ๆ มากกว่า เราแนะนำให้แยก “แฟชั่น/วัฒนธรรม” ออกจาก “ข่าวฉาว” ที่ถูกขยายเกินจริงนะคะ สิ่งที่เราชอบมากคือแนวคิด “Gal is mind” คือไม่ว่าคุณจะผิวแทนหรือไม่ ทำผมหรือไม่ แต่งเต็มหรือไม่ ถ้าคุณมีมายด์เซ็ตแบบแกล—มั่นใจ สนุกกับการแต่งตัว กล้าลอง ไม่ตัดสินคนอื่น—มันก็เป็นแกลได้ในแบบของคุณ ถ้าอยากเริ่มแต่งสไตล์แกลแบบไม่หลุดงบ (จากประสบการณ์เรา): 1) เริ่มที่เมคอัพก่อน: แค่เปลี่ยนทรงคิ้ว+อายไลเนอร์ให้ชัด และเพิ่มขนตา ก็ได้ฟีลสาว gal ขึ้นมาก 2) เลือกโทนเสื้อผ้าที่ชอบ 1 สายก่อน: เช่น สายเซ็กซี่ (เดรสเข้ารูป) หรือสายหวาน (กระโปรง/ลูกไม้) จะคุมลุคง่าย 3) ทำผมให้ “มีทรง”: ผมตรงเรียบก็ได้ แต่เพิ่มกิ๊บ/ที่คาดผม/ลอนปลาย จะดูตั้งใจมากขึ้น 4) หาเรฟจาก Tokyo fashion/พินเทอเรสต์ แล้วปรับให้เข้ากับชีวิตจริง: ใส่ได้จริงไปเรียน/ไปคาเฟ่สำคัญสุด สุดท้าย ถ้าใครยังลังเลว่า “แกล ญี่ปุ่น” ต้องแต่งแรงไหม เราว่ามันเริ่มจากความสนุกได้เลย เลือก 1 จุดเด่นให้ชัด (ตา/ผม/ลุค) แล้วค่อย ๆ เพิ่มความจัดในแบบที่เป็นตัวเองค่ะ