เมื่อร้านมีทางเลือกมากขึ้น Affiliate จะทำอย่างไรให้ “Commission ที่ร้านจ่าย” ยังคุ้ม?

เมื่อก่อนเราอาจมอง Affiliate Marketing แบบง่าย ๆ ว่า

ร้านมีสินค้า → Affiliate ช่วยทำคลิป → เกิดยอดขาย → ร้านจ่าย Commission

แต่เมื่อร้านสามารถสร้าง Creative ของตัวเองได้มากขึ้น และมีระบบอย่าง GMV Max เข้ามาช่วยขยายยอดขาย คำถามของร้านอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ว่า

“คลิปไหนขายได้?”

แต่อาจเริ่มมองต่อไปถึง

“ยอดขายที่ได้มา มีต้นทุนเท่าไร และคลิปไหนคุ้มกับต้นทุนมากกว่ากัน?”

เพราะถ้ายอดขายมาจาก Affiliate ร้านมี Commission เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนด้วย

สมมติ Affiliate ทำคลิปหนึ่งแล้วขายได้ดี ขณะเดียวกันร้านก็มี Creative ของตัวเองที่สร้างยอดขายได้ใกล้เคียงกัน

ในมุมคนทำ Affiliate เราอาจมองว่า

ทั้งสองคลิปก็ขายได้เหมือนกัน

แต่ในมุมของร้าน สมการต้นทุนอาจไม่เหมือนกัน

นี่ไม่ได้หมายความว่า ร้านจะเลิกใช้ Affiliate

แต่หมายความว่า Affiliate ไม่ได้เป็นทางเลือกเดียวของร้านอีกต่อไป

ร้านสามารถทำ Creative เอง จ้าง Creator ผลิต Creative ให้โดยตรง หรือสร้างคลิปของร้านแล้วนำไป Scale ต่อ

เพราะฉะนั้น Affiliate จึงต้องกลับมาถามคำถามสำคัญว่า

เราสร้างอะไรให้ร้านได้ ที่ Creative จากฝั่งร้านทดแทนได้ไม่เหมือนกัน?

คำตอบหนึ่งที่สำคัญมากคือ

“ความจริงจากคนที่ตัดสินใจซื้อและใช้สินค้านั้นจริง”

แบรนด์ย่อมรู้ว่าสินค้าของตัวเองสร้างมาเพื่อใคร แก้ปัญหาอะไร และมีจุดเด่นอะไร เพราะสิ่งเหล่านี้ควรถูกคิดมาตั้งแต่ขั้นตอนพัฒนาสินค้าอยู่แล้ว

แต่ก่อนที่ลูกค้าคนหนึ่งจะควักเงินจริง เขาอาจอยากรู้มากกว่านั้น

ซื้อมาแล้วตรงปกไหม?

ใช้จริงเป็นอย่างไร?

สิ่งที่แบรนด์บอกไว้เกิดขึ้นจริงหรือเปล่า?

แก้ปัญหาที่ฉันมีได้จริงไหม?

มีอะไรที่ควรรู้ก่อนซื้อ?

และถ้าต้องจ่ายเงินเอง คนที่ใช้จริงยังเลือกซื้อสินค้าตัวนี้หรือไม่?

นี่คือพื้นที่ที่ Affiliate สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้

ไม่ใช่เพียงหยิบข้อมูลจากหน้าสินค้ามาพูดใหม่

และไม่ใช่เพียงทำคลิปให้สวยกว่าร้าน

แต่คือการนำ “ประสบการณ์หลังการตัดสินใจซื้อ” กลับมาเป็นหลักฐานให้คนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ

จาก

“ร้านบอกว่าสินค้าตัวนี้ดี”

ไปสู่

“ฉันตัดสินใจซื้อมาใช้จริง และนี่คือสิ่งที่ฉันพบ”

ตรงนี้ต่างหากที่ทำให้คำว่า “ป้ายยา” มีน้ำหนัก

เพราะไม่ได้เกิดจากการพูดเก่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก

ซื้อจริง → ใช้จริง → เห็นผลจริง → เล่าความจริง → ช่วยลดความลังเลของคนถัดไป

และถ้า Affiliate ทำหน้าที่นี้ได้ดี เราก็ไม่ได้เป็นเพียง “อีกหนึ่งคนที่ทำคลิปขายสินค้า”

แต่เป็น เสียงจากฝั่งผู้ใช้จริง ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนการซื้อ และสร้างยอดที่ Creative จากฝั่งร้านอาจทดแทนได้ไม่เหมือนกัน

เพราะฉะนั้น ต่อไป Affiliate อาจไม่ได้ต้องพิสูจน์แค่ว่า

“ฉันขายได้ไหม?”

แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า

“ยอดที่ฉันสร้างเพิ่มให้ร้าน มีมูลค่ามากพอที่จะคุ้มกับ Commission ที่ร้านจ่ายให้ฉันหรือไม่?”

และเรื่องนี้ยังมีอีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจมากค่ะ

โพสต์นี้เรามองจากฝั่ง Affiliate ว่า เมื่อร้านมีทางเลือกมากขึ้น เราควรปรับตัวอย่างไร

และ คอนเทนต์ต่อไป Growth System จะกลับด้าน แล้วมองจากฝั่งร้านค้าและแบรนด์

ถ้าร้านต้องจ่ายทั้งค่าโฆษณาและ Commission แต่วันนี้ร้านสามารถสร้าง Creative เอง หรือจ้าง Creator มาผลิต Winning Creative ให้โดยตรงได้

ร้านควรแบ่งเกมระหว่าง Affiliate กับ Own Creative อย่างไร? และถ้าร้านสร้าง Winning Creative ของตัวเองได้มากขึ้น จะเกิดอะไรขึ้นกับต้นทุนต่อยอดขายและการพึ่ง Affiliate?

เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้กำลังเปลี่ยนแค่เกมของ Affiliate

แต่มันกำลังเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่าง Seller — Creator — Creative — และต้นทุนของการสร้างยอดขายไปพร้อมกัน

Growth System by Narin

#GrowthSystem #MarketSignal #TikTokShop #TikTokAffiliate #AffiliateMarketing

9/11 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะผู้ที่เคยทำงานร่วมกับ Affiliate Marketing มาโดยตรง ประสบการณ์ของผมสอนให้เข้าใจดีว่าความท้าทายสำคัญของ Affiliate ในวันนี้ไม่ได้อยู่แค่เรื่องทำคลิปให้สวยหรือขายได้เท่านั้น แต่คือการสร้างความน่าเชื่อถือและมูลค่าที่ร้านค้าเองอาจทำแทนไม่ได้ง่าย ๆ ผมพบว่าการที่ร้านค้าสามารถผลิต Creative ของตัวเอง หรือจ้าง Creator มาร่วมงานได้ ทำให้การแข่งขันภายในตลาดเข้มข้นขึ้นมาก ยิ่งถ้าเวลาต้องเสียค่า Commission เป็นต้นทุนต่อการขาย การที่ Affiliate มีเพียงคลิปขายสินค้าอย่างเดียวอาจไม่ได้ตอบโจทย์ร้านค้าอีกต่อไป สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ Affiliate ควรหันมาเน้นให้ความสำคัญกับการแชร์ "ความจริงจากผู้ใช้จริง" เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ก่อนตัดสินใจซื้อ ต้องการรับรู้ประสบการณ์ตรงจากคนที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์นั้น ว่าสินค้าดีจริง ใช้แล้วเป็นอย่างไร ช่วยแก้ปัญหาหรือไม่ ถ้า Affiliate สามารถถ่ายทอดเรื่องเล่าเหล่านี้ด้วยความจริงใจและละเอียด รวมถึงใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและตรงจุดรับรู้ของกลุ่มเป้าหมายได้ จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับคำแนะนำหรือรีวิวสินค้าอย่างมาก นี่คือการสร้างมูลค่าเพิ่มที่ร้านค้าอาจทดแทนไม่ได้ นอกจากนี้ การใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อจับกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่ยังลังเลมีความสำคัญมาก แม้ว่าร้านจะมียอดขายจากคลิปตนเองได้ดี แต่หาก Affiliate สามารถระบุปัญหาและความต้องการเฉพาะเจาะจงของกลุ่มเป้าหมายนั้น พร้อมนำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ตรงใจ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสการซื้อขายและทำให้การจ่าย Commission คุ้มค่ามากขึ้น รวมถึงการสร้างคลิปที่ไม่ใช่แค่ดูดีแต่ต้องมีประสิทธิภาพ เมื่อนำไปใช้โฆษณาหรือต่อยอดในระบบ GMV Max แล้วยังได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องที่ Affiliate ควรให้ความสำคัญ สำหรับผู้ที่อยากอยู่รอดและเติบโตในวงการ Affiliate Marketing จึงควรเรียนรู้ที่จะสร้าง "คุณค่าที่แท้จริงและแตกต่าง" ไม่ใช่เพียงแข่งขันเรื่องยอดขาย แต่ต้องพิสูจน์ให้ร้านค้าเห็นว่ายอดขายที่สร้างขึ้นมานั้นคุ้มค่ากับค่า Commission ที่จ่ายไป โดยอาศัยเสียงจริงจากผู้ใช้และการสร้างเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างชัดเจน ท้ายที่สุด การเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันระหว่าง Affiliate กับ Affiliate เท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทั้งหมดระหว่าง Seller, Creator, Creative และต้นทุนการสร้างยอดขาย นับเป็นโอกาสให้ Affiliate ที่เข้าใจตลาดและลูกค้าได้พิสูจน์ตัวเองในแบบที่ร้านค้ายากจะทำได้เอง

ค้นหา ·
วิธีเพิ่ม commission ของ affiliate