แบม ปิติภัทร เคยทำแบบนี้จนภรรยาไหว้ขอจากไป😭

💔 “กวาง ช้องมาศ” เล่าความลับ เคยยกมือไหว้ขอเลิก “แบม ปิติภัทร” เพราะความต่างสุดขั้ว – ถูกถามแรง “จะเป็นแม่ของลูกได้ยังไงถ้าไม่เก่ง”

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวชีวิตคู่ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน เมื่อ “กวาง ช้องมาศ” ออกมาเล่าความหลังว่า ครั้งหนึ่งเธอเคย ถึงขั้นยกมือไหว้ขอเลิกกับสามี “แบม ปิติภัทร” เพราะความต่างทางนิสัยสุดขั้ว

กวางเล่าว่า บ้านของแบมเป็นสายวิชาการ มีเหตุผลไปหมด ส่วนบ้านกวางชิล ๆ ใช้ชีวิตง่าย ๆ แต่พอมาอยู่ด้วยกัน แบมมักคาดหวัง อยากให้กวางตอบคำถามต่าง ๆ ได้ เช่นศัพท์หรือสูตรคูณ จนวันหนึ่งเธอตอบไม่ได้ แบมพูดแรงว่า

“เธอจะเป็นแม่ของลูกเราได้ยังไง ในเมื่อเธอไม่เก่ง”

ประโยคนี้ทำเอากวางรู้สึกหมดคุณค่า ถึงขั้นยกมือไหว้ขอเลิกทั้งน้ำตา พร้อมพูดว่า

“ไม่รู้จริง ๆ เลิกก็ได้ ไปหาคนเก่งกว่านี้เถอะ”

สุดท้ายแบมได้เรียนรู้จากยายของกวางว่า ชีวิตไม่ต้องซับซ้อนขนาดนั้น ขอแค่รักและอยู่ด้วยกันอย่างสบายใจก็พอ ❤️

อ่านแล้วอดถามไม่ได้เลยว่า…

ถ้าเป็นคุณ จะไหวไหม?

ในวันที่คนที่เรารักทำให้เรารู้สึก “ไม่ดีพอ” จนต้องยกมือไหว้ขอเลิกเอง 💔 ถ้าแบมไม่ปรับคงไปกันไม่รอดค่ะ

#ข่าววันนี้ #lemon8บันเทิง

2025/10/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณเสิร์ชคำว่า “แบมญะ” แล้วงงว่าคือใคร/เกี่ยวกับอะไร เราว่าคนส่วนใหญ่กำลังตามข่าวของ “แบม ปิติภัทร” กับ “กวาง ช้องมาศ” นี่แหละค่ะ เพราะเรื่องที่ถูกพูดถึงคือโมเมนต์ที่กวางเคยเล่าว่าเคยเกือบเลิกกับแบมจริง ๆ จากความต่างในการใช้ชีวิตและวิธีคิด สิ่งที่เราสะดุดมากคือ “ความคาดหวัง” ในความสัมพันธ์ บางคู่บ้านหนึ่งโตมากับสายวิชาการ พูดเป็นเหตุเป็นผล ชอบถาม-ตอบ ชอบวัดความสามารถแบบจับต้องได้ แต่อีกบ้านอาจชิล ๆ อยู่กับปัจจุบัน เน้นความสบายใจ พอมาอยู่ด้วยกัน การสื่อสารแบบเดิม ๆ ที่เคยใช้กับคนในบ้าน อาจกลายเป็น “การกดทับ” อีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะประโยคทำนองว่า “จะเป็นแม่ของลูกได้ยังไงถ้าไม่เก่ง” มันแทงใจมาก เพราะไปผูกคุณค่าในตัวเรากับความสามารถบางอย่างทันที ถ้าใครกำลังเจอสถานการณ์คล้าย ๆ กัน เราอยากแชร์ 4 วิธีที่ลองทำแล้วช่วยให้คุยกันง่ายขึ้น (ไม่ต้องรอให้ถึงขั้นยกมือไหว้ขอเลิก) 1) แยก “คำติ” ออกจาก “ความรัก” ให้ชัด บางคนรักเรา แต่พูดไม่เป็น/ใช้คำแรงเพราะชินกับการแข่งขัน ลองบอกตรง ๆ ว่าเรารับรู้ความรักนะ แต่คำพูดแบบนี้ทำให้เรารู้สึกด้อยค่า 2) เปลี่ยนจากการตัดสิน เป็นการขอความร่วมมือ แทนที่จะปล่อยให้เป็นการสอบถามเหมือน “ทดสอบ” ให้ชวนคุยว่าอยากให้ช่วยอะไร เช่น “ถ้าเธออยากให้ฉันช่วยเรื่องการสอนลูก เรามาวางแผนด้วยกันได้” จะไม่กดดันเท่า 3) ตั้งกติกาเวลาพูดเรื่องลูก/อนาคต หัวข้อแบบลูก การเลี้ยงดู ความพร้อม มักทำให้คนเครียดง่าย ลองเลือกเวลาที่ไม่เหนื่อย ไม่หิว ไม่รีบ แล้วคุยแบบมีเป้าหมายเดียวต่อครั้ง 4) มองหาคนกลางหรือบทเรียนจากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ ในเรื่องนี้สิ่งที่ทำให้มุมมองเปลี่ยนคือบทเรียนจาก “ยายของกวาง” ที่ชี้ว่า ชีวิตไม่ต้องซับซ้อน ขอแค่รักและอยู่ด้วยกันอย่างสบายใจ บางทีคำเตือนนุ่ม ๆ จากผู้ใหญ่หรือผู้เชี่ยวชาญ (นักจิตวิทยาครอบครัว) ช่วยให้คู่รักลดอีโก้ได้ สุดท้าย ข่าวนี้ทำให้เราคิดว่า “ความเก่ง” ไม่ใช่ตัววัดว่าใครจะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้เสมอไป ความอ่อนโยน การรับฟัง และการทำให้กันและกันรู้สึกปลอดภัยนี่แหละ ที่ทำให้ชีวิตคู่ไปต่อได้จริง ๆ

ค้นหา ·
แบม ปิติภัทร

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Auntie Variety
Auntie Variety

ดูถูกคนของตัวเองแบบนี้ แต่งกันไมอะ เลิกก็ดีต่อผู้หญิงเขาแล้ว ถึงเราจะเกรียนฟิสิกส์ ได้ยิยแบบนี้ก็ขอเลิกเหมือนกันนะ

รูปภาพของ เฮ้ออออออออปวดจิต
เฮ้ออออออออปวดจิต

อันนี้เกินไปมากก

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม