บันทึกลงทุน SpaceX 3 วัน + 39%

IPO วันแรกยังไม่มีข้อมูลกราฟ เพื่อประเมิน momentum

การวางกลยุทธ์ และคำนวณ Stop loss เลยต้องแพลนต่างออกไป

.

แนวรับแนวต้านจากกราฟ ก็คือโซน demand / supply ทางจิตวิทยา ซึ่ง SPCX มีโซนราคาพวกนี้ให้เราประเมินได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าตลาดแล้ว

.

เรารู้ล่วงหน้าว่า supply วันแรกน้อยมาก

Float มีแค่ประมาณ 5%

กลุ่ม early investor รายใหญ่โดนล็อคหุ้น 1 ปี

คนได้ IPO บางส่วนก็ยังโดนล็อคไว้

.

แปลว่าวันแรก supply ในตลาดบางมาก

แต่ Demand จากกองทุนมีแน่นอน

.

ด้วยบริษัท space infra ระดับยักษ์นี้ มีโอกาสสูงมากที่กองทุนสาย tech, space theme แพลนเก็บเข้าพอร์ต

และมูลค่าตลาดระดับ mega cap จะได้ fast track เข้า index เช่น Nasdaq 100, MSCI

ทำให้กองทุน index และ ETF ต่างๆ จะแพลนเก็บ SPCX เข้าในพอร์ตด้วย

.

Level ราคาเชิงจิตวิทยาของ SPCX

100 | 135 | 150 | 175 | 200 | 235 | 270 | 400

.

ราคาแต่ละ level พวกนี้มันโยงกับ market cap

โยงกับต้นทุนของคนแต่ละกลุ่มและยังเป็น milestone ที่ตลาดจำง่าย

บางราคาก็ทำให้ narrative ของหุ้นเปลี่ยนได้

ทั้งหมดนี้เลยกลายเป็น demand / supply zone ของหุ้นตั้งแต่วันแรก

.

$135 | Market Cap $1.77T

————————————

135 ราคา IPO พรีเมี่ยมที่คิดมาอย่างดี

ทำมาให้สัมพันกับ level ราคาสวยๆอีกหลายชุดด้านบน

ทุกคนรู้ว่านี่คือราคาพรีเมี่ยมที่ขายอนาคต ไม่ใช่หุ้นราคาถูก

ผมมองว่า ราคาแพงนี้มีข้อดีคือเป็นตัวกรอง demand คนกลัวไม่ให้เข้ามา

เพราะคนที่จะซื้อ ต้องเชื่อ narrative ของ SpaceX พอสมควร

ด้วยปริมาณหุ้นที่น้อย คนเชื่อมั่นเข้าซื้อหุ้น และคนกลัวยังไม่กล้าเข้า

ทำให้วันแรกราคา IPO นี่คือ support ที่สำคัญสุด

เพื่อดูว่า strong holders มีมากกว่า weak holders จริงไหม

.

$150 | Market Cap ~ $2T

————————————

ราคาฐานต้นทุนของคนที่ซื้อใน public market

โซน support แรกที่ผมใช้วาง Stop Loss คือใต้ราคาเปิด

ถ้าเปิดวันแรกแล้วหลุดโซนนี้เร็ว

แปลว่าความเชื่อมั่นเปราะกว่าที่คิด

เมื่อได้ออร์เดอร์แล้ว ผมใช้ level นี้เป็นจุดวาง SL ครึ่งแรก เพื่อลดความเสี่ยง

แค่ support แรก ความเสี่ยงก็คุมได้เกินครึ่งแล้ว

จากนั้นผมใช้ราคาและ market cap มาช่วยประเมิน demand / supply zone อื่นๆต่อ

.

$175 | Market Cap ~ $2.3T

————————————

ประมาณ +30% จาก IPO

เป็นราคาที่เริ่มปลดล็อคให้คนถือหุ้น IPO บางส่วนขายได้

175 เลยเป็นจุดที่ตลาดจะได้เห็นว่า

supply จากฝั่งต้นทุน IPO มีน้ำหนักแค่ไหน

ถ้า supply ออกมาแล้วราคาย่อแค่เล็กน้อย หรือยังยืนได้ดี

แปลว่าตลาด absorb หุ้นที่ถูกปล่อยออกมาได้

.

$200 | Market Cap ~ $2.6T

————————————

$200 เป็น level ที่มีพลังทางจิตวิทยามาก

เพราะเป็นเลขกลม ตลาดจำง่าย

และคนที่ได้ IPO จะมีกำไรเกือบ 50%

โซนนี้น่าจะมี supply ออกมาเพิ่ม

และมีการเปลี่ยนมือมากขึ้น

แต่ถ้าผ่านแล้วยังยืนได้ แปลว่าตลาดเริ่มยอมรับ valuation ที่สูงขึ้นอีกขั้น

จากแนวต้าน 200 ก็อาจกลายเป็นฐานแนวรับใหม่ได้

.

$235 | Market Cap ~ $3T

————————————

โซน 3 Trillion valuation

ตรงนี้ SPCX จะถูกพูดถึงในฐานะบริษัทที่ใหญ่ระดับ top 4 ของโลก

ข่าว พาดหัว และ narrative จะเริ่มแรงขึ้นมาก

แต่ supply กับ demand ใหม่เก่าก็จะชนกันหนักขึ้นเช่นกัน

ถ้าไม่มีข่าวบวกหรือพัฒนาการใหม่มาช่วย support

ผมคิดว่าแรงขายจากฝั่ง supply จะเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นในโซนนี้

.

$270 | Market Cap ~ $3.5T

————————————

ประมาณ +100% จาก IPO

โซนนี้มีโอกาสเจอ supply อีกรอบได้ง่าย

เพราะสำหรับหลายคน การได้ 2x จาก IPO

คือจุดที่ขายบางส่วนได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ

แม้แต่คนที่อยากถือยาว

ก็อาจเริ่มต้องคิดหนักขึ้น

นี่จึงเป็น supply zone ที่มีโอกาสเทขายง่ายกว่าหลายโซนก่อนหน้า

.

$380–400 | Market Cap ~ $5T+

————————————

SPCX แซง NVDA ขึ้นไปเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลก

การไปถึงจุดนั้นได้

คงไม่ใช่แค่ hype หรือความเชื่อมั่นอย่างเดียวแล้ว

แต่ต้องเริ่มพิสูจน์ความสำเร็จจริงในหลายส่วน

จนตลาดเห็นว่า SpaceX ไม่ใช่แค่บริษัทอนาคตไกล

แต่เป็นบริษัทที่มีโอกาสผูกขาดรายได้มหาศาล

และรายได้นั้นกำลังเกิดขึ้นจริง

.

Level สำคัญใต้ IPO

————————————

.

$100 | Market Cap ~ $1.3T

————————————

โซนจิตวิทยาใหญ่ที่สุดใต้ IPO

เลข 100 สวยๆ กับ Market cap ตรงนี้ใกล้เคียง Tesla

จาก owner คนเดียวกัน

แต่ SpaceX มี narrative ที่ใหญ่กว่ามากทั้งเทค และขนาดตลาดรวม

ถ้าลงมาโซนนี้จะมีโอกาสสูงที่ดีมานมากๆเข้าช้อน เพราะเห็นการเปรียบเทียบชัดเจน

.

$75 | Market Cap ~ $0.98T

————————————

หลุด trillion-dollar company zone

ความเชื่อหายไปมาก ลงขนาดนี้แปลว่า supply จากคนที่ถือก่อน ipo ต้องขายออกมาเยอะจริง

.

พอเห็นโซนราคาพวกนี้เทียบกับ market cap

เราจะเริ่มอ่านอารมณ์ตลาดได้ดีขึ้น

ราคาไหนยังอยู่บนความจริงในปัจจุบัน

ราคาไหนเริ่มขายความคาดหวังมากเกินไป

และนักลงทุนที่ถืออยู่ กำลังกลัวหรือกำลังเชื่อมากกว่ากัน

.

ผมใช้ zone จิตวิทยาพวกนี้ช่วยให้วางกลยุทธ์สัมพันธ์กับ demand / supply

เมื่อราคาผ่านแต่ละ level ก็เอามาประเมินว่านักลงทุนกำลังมองภาพไหน และมี reaction กับราคายังไง

เราก็วางแผน ขยับ trailing stop ตามขึ้นไปใต้ react แต่ละโซนได้

.

สุดท้ายราคาหุ้นขึ้นอยู่กับ supply demand ว่าฝั่งไหนชนะ

ความถูกแพงของมูลค่าเป็นแค่หนึ่งในหลักการประเมินและตัดสินใจของนักลงทุน แต่ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าหุ้นจะต้องลงหรือขึ้น

ถ้าคนถือหุ้นยังเป็นกลุ่มที่เชื่อมากกว่ากลัว

momentum ก็ยังมีโอกาสเดินต่อได้

แต่ถ้าวันไหน supply เริ่มชนะ

และตลาดเริ่มไม่อยากจ่าย premium ให้ narrative เดิม

วันนั้นโซนราคาพวกนี้จะบอกเราได้เร็วมากว่า

ความเชื่อของตลาดเริ่มเปลี่ยนแล้ว

*

ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน บทความนี้เพื่อศึกษาโซนราคาที่อาจมีผลต่อจิตวิทยาตลาดและ demand/supply เท่านั้น

𝓐𝓻𝓽 𝓚𝓪𝓼𝓲𝓭𝓲𝓽

_________________

#ลงทุนเชิงกลยุทธ์ #หุ้นอเมริกา #หุ้นเติบโต #Momentum

6/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการลงทุนในหุ้น IPO ของ SpaceX (SPCX) ในช่วง 3 วันแรกถือเป็นโอกาสทองที่นักลงทุนหลายคนสนใจอย่างมาก เพราะจากข้อมูลราคาและ market cap ที่นำมาวิเคราะห์ ทำให้เห็นว่าราคาหุ้นไม่ได้ขึ้นลงแบบสุ่มๆ แต่มีแรงจูงใจทางจิตวิทยาและกลยุทธ์หุ้นที่สามารถคาดการณ์ได้ ผมเองก็ได้ติดตามและลงทุนใน SPCX ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตลาด เห็นได้ชัดว่าหลัง IPO float หุ้นมีเพียง 5% เท่านั้น ทำให้ supply ในตลาดน้อยมาก ในขณะที่ demand จากกลุ่มกองทุนเทคโนโลยีและธีมอวกาศยังคงแน่นอยู่ สิ่งที่ผมสังเกตคือราคาแต่ละระดับมีความหมายสำคัญ เช่น ราคาพื้นฐาน IPO ที่ 135 ดอลลาร์ ซึ่งตั้งไว้อย่างรอบคอบเพื่อกรองความต้องการซื้อที่แท้จริง และหากราคาผ่านระดับ 150 ดอลลาร์ก็มีความหมายว่าแรงซื้อยังแข็งแรงและสามารถตั้ง stop loss เพื่อคุมความเสี่ยงได้ดีมาก อีกระดับที่น่าสนใจคือ 175 และ 200 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่จะเห็นว่าผู้ถือหุ้น IPO จะเริ่มขายหุ้นได้บางส่วน และตลาดจะเป็นตัวบ่งชี้ความพร้อมที่จะยอมรับมูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะระดับ 200 ดอลลาร์ที่ถือว่าเป็น psychological level สำคัญเพราะทำกำไรเกือบ 50% ในสายตาของนักลงทุน เมื่อผ่านแนวต้านสำคัญเหล่านี้ ตลาดจะเริ่มพูดถึง SPCX ในฐานะบริษัท Mega Cap ระดับ Top 4 ของโลก หากราคาก้าวขึ้นไปถึง 235-270 ดอลลาร์ จะเห็นการเปลี่ยนมือหุ้นและแรงขายในระดับที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ได้กำไร 2 เท่าจาก IPO ที่อาจเริ่ม Take Profit กันมากขึ้น ระดับสูงสุดที่คาดว่า SPCX จะไปถึงคือ 380-400 ดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้มูลค่ากิจการแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าบริษัทอย่าง NVDA ด้วยซ้ำ ตรงนี้จะไม่ใช่เรื่องของ hype แต่ต้องยืนยันถึงความสำเร็จและรายได้ที่ตลาดยอมรับจริง จากประสบการณ์ลงทุนของผม การศึกษาจิตวิทยาของราคาและตลาดที่อยู่เบื้องหลังหุ้น IPO อย่าง SPCX ช่วยให้วางกลยุทธ์เก็บหุ้นและกำหนด stop loss ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการสำคัญคือการดูว่า demand หรือ supply ฝั่งไหนมีอิทธิพลในแต่ละโซนราคา เพื่อช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นต่อเนื่องหรือปรับฐานลงอย่างมีแผน สำหรับนักลงทุนที่สนใจหุ้นเทคโนโลยีหรือธีมอวกาศ การจับตาโซนราคาที่สำคัญและมูลค่าตลาดควบคู่ไปกับความรู้สึกของตลาดเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ ทำให้สามารถบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไรในตลาดที่มีความผันผวนสูงแบบนี้ได้อย่างมั่นใจ