Automatically translated.View original post

Almost didn't survive on the famous island, who would listen to us first?😱😔

Who is going to visit the famous macaque island, listen to us first, we and friends. Jung Mao went to dive. I thought that under the water there was sand, so I went to play. But I do not know that there is really coral under the water. And at this island, a lot of corals, everyone must be careful. When stepping on it, the edge of the coral is very sharp, cut into the leg, the blood immediately came out to fill the water.

At first it looked like not much, but when I got on the boat, the rash was full, the legs were burning. The bleeding didn't stop. It felt like a scalding wound. It wasn't just a normal scratch, but an open wound that risked being very infected. I thought in my heart that if I hit my head or hit it hard, it could be fatal. I wouldn't survive. Because under the water, if I fainted, it really ended.

I want to remind everyone that "coral is very dangerous." Do not think that it is rock or sand. Just walking can be very painful. Coral wounds are difficult to heal, easily infected, swollen, red, very painful. If anyone is going to dive or go to the sea, be careful. Otherwise, may not come back to tell a story like us. 😩😩😩😩😩😩

# Diving spot # Deep diving # Sattahip # Coral diving # Chon Buri

2025/9/16 Edited to

... Read moreหลังจากเหตุการณ์ “โดนปะการังบาด” ของเรา บอกเลยว่าแผลแบบนี้ไม่เหมือนแผลถลอกทั่วไปจริงๆ มันจะมีความคม บาดลึกเป็นรอยเปิดได้ง่าย และที่น่ากลัวคือเศษผิวปะการัง/สิ่งสกปรกเล็กๆ อาจติดคาอยู่ในแผล ทำให้หายช้าและเสี่ยงติดเชื้อสูงมาก ใครที่กำลังจะไปทะเล โดยเฉพาะโซนที่คนชอบลงเล่นน้ำ/ดำน้ำดูปะการัง อยากให้เซฟไว้เป็นเช็กลิสต์ค่ะ 1) อาการที่ควรระวังหลังโดนปะการังบาด - แสบมากผิดปกติ เหมือนโดนไฟลวก หรือปวดตุบๆ ต่อเนื่อง - แผลแดงบวมเร็ว มีผื่นขึ้นรอบแผล หรือคันยุบยิบ - เลือดซึมไม่หยุด น้ำเหลืองไหล หรือแผลดูสกปรกเหมือนมีเม็ดทรายติด - มีไข้ หนาวสั่น เส้นแดงลามขึ้นไปตามขา/แขน (อันนี้ควรไปโรงพยาบาลทันที) 2) ปฐมพยาบาลเบื้องต้น (ทำทันทีที่ขึ้นจากน้ำ) - ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดไหลผ่าน (ถ้ามีน้ำดื่ม/น้ำประปาได้ยิ่งดี) เพื่อลดเศษสิ่งสกปรกที่ติดแผล - ถ้ามีเลือดออก ให้กดห้ามเลือดด้วยผ้าก๊อซ/ผ้าสะอาด 5–10 นาที ไม่ควรถูแรงๆ เพราะจะยิ่งถลอก - ถ้ามีเศษอะไรติดแน่น อย่าควักเองลึกๆ ให้ไปให้บุคลากรทางการแพทย์ช่วยเอาออกจะปลอดภัยกว่า - หลังล้างแล้ว ซับให้แห้งและปิดแผลแบบหลวมๆ ลดการเสียดสีระหว่างเดินทางกลับ 3) ดูแลแผลช่วง 48 ชั่วโมงแรก ส่วนตัวเราพลาดตรงที่คิดว่า “เดี๋ยวก็หาย” เลยไม่รีบดูแลให้จริงจัง ทำให้แสบและบวมหนักกว่าเดิม แนะนำว่า - ล้างแผลวันละ 1–2 ครั้งด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ รอบแผล (ไม่ต้องขัด) - หลีกเลี่ยงการแช่น้ำทะเล/สระ/แม่น้ำซ้ำจนกว่าแผลจะปิด เพราะเชื้อโรคเข้าได้ง่าย - สังเกตอาการติดเชื้อ: ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ บวมแดงร้อน มีหนอง กลิ่นผิดปกติ หรือผื่นลาม - เช็กประวัติวัคซีนบาดทะยัก: ถ้าไม่ได้ฉีดนานแล้วหรือไม่แน่ใจ ควรถามแพทย์ 4) เมื่อไหร่ควรไปโรงพยาบาล (อย่ารอ) - แผลลึก/กว้าง เลือดไม่หยุด หรือเดินลงน้ำหนักไม่ได้ - ปวดแสบปวดร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ หลังผ่านไปหลายชั่วโมง - มีผื่นขึ้นเยอะ บวมแดงลาม หรือมีไข้ - โดนที่นิ้วเท้า ฝ่าเท้า ข้อเท้า เพราะเสี่ยงอักเสบจากการเดินเสียดสี 5) วิธีป้องกันก่อนลงทะเล/ดำน้ำ - ใส่รองเท้าทะเล/บูทดำน้ำทุกครั้ง อย่าลงเท้าเปล่า ถึงจะคิดว่าเป็นทรายก็ตาม - อย่าเหยียบ “หิน” ใต้น้ำมั่วๆ เพราะส่วนใหญ่คือปะการังหรือสิ่งมีชีวิตที่คม - ถ้าจะไปดำน้ำ/จุดดำน้ำ ให้เช็กกับคนเรือหรือไกด์ก่อนว่าพื้นเป็นอะไร และควรลง-ขึ้นตรงไหน - พกชุดปฐมพยาบาลเล็กๆ: ก๊อซ ผ้าพันแผล น้ำเกลือล้างแผล พลาสเตอร์ และเจลล้างมือ หวังว่าประสบการณ์ของเราจะช่วยให้คนที่ค้นหาเรื่อง “โดนปะการังบาด” ระวังตัวมากขึ้นนะคะ ทะเลสวยมากก็จริง แต่ปะการังอันตรายและแผลหายยากจริงๆ ใส่อุปกรณ์ให้ครบตั้งแต่แรก เซฟทั้งชีวิตและทริปเลยค่ะ