🏖️ สรุปเที่ยวดีมีคืน 2568

🔹 จุดประสงค์

กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และช่วยผู้มีรายได้ลดหย่อนภาษีได้

📅 ระยะเวลาใช้สิทธิ์

29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568

👤 ผู้มีสิทธิ์

บุคคลธรรมดาที่มีรายได้และจะยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2568 (ยื่นช่วงต้นปี 2569)

💰 สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

• เมืองหลัก → หักลดหย่อนได้ 1 เท่า ของเงินที่จ่ายจริง สูงสุด 20,000 บาท

• เมืองรอง → หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า ของเงินที่จ่ายจริง สูงสุด 30,000 บาท

🧾 ใช้สิทธิ์กับอะไรได้บ้าง

1. ค่าที่พัก (โรงแรม โฮมสเตย์ รีสอร์ท ฯลฯ)

2. ค่าอาหารจากร้านที่จดทะเบียน VAT

3. ค่าแพ็กเกจท่องเที่ยวจากบริษัททัวร์ที่จด VAT

⚠️ ต้องเป็นผู้ประกอบการที่ “จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)” เท่านั้น

📜 หลักฐานที่ต้องมี

• ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ (ชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคุณ)

• หากยอดใช้สิทธิเกิน 10,000 บาท → ต้องเป็น e-Tax Invoice / e-Receipt เท่านั้น

🚫 สิ่งที่ใช้ไม่ได้ / ไม่เข้าข่าย

• ซื้อของฝาก ของที่ระลึก

• ตั๋วเครื่องบิน

• จ่ายเงินให้ร้านหรือที่พักที่ไม่จด VAT

• จ่ายผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ (เช่น Booking.com ถ้าออกใบเสร็จต่างประเทศ)

#เที่ยวลดหย่อนภาษี68

#เที่ยวดีมีคืน

#ททท

#รีวิว

#อาสาพาไปเลาะ

2025/10/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมโครงการเที่ยวดีมีคืนในปี 2568 เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่กระทรวงการคลังและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกันออกแบบขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศและช่วยให้ผู้มีรายได้สามารถลดหย่อนภาษีได้อย่างเต็มที่จากการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวภายในช่วงเวลาที่กำหนด โดยมีจุดเน้นที่การสนับสนุนผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อรักษาความถูกต้องตามกฎหมายภาษีและเพิ่มความน่าเชื่อถือของผู้ใช้สิทธิ์ สำหรับการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ผู้มีสิทธิ์จำเป็นต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้และยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2568 (ซึ่งจะยื่นในต้นปี 2569) โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้กับค่าใช้จ่ายสำหรับค่าที่พัก เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ รีสอร์ท รวมถึงค่าอาหารจากร้านที่จด VAT และแพ็กเกจทัวร์ที่ออกโดยบริษัททัวร์ที่จดทะเบียน VAT อย่างถูกต้อง สิทธิพิเศษในโครงการนี้มีระดับการลดหย่อนภาษีที่แตกต่างกันตามพื้นที่ กล่าวคือ ในเมืองหลักจะได้รับการหักลดหย่อน 1 เท่าของยอดจ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท ขณะที่ในเมืองรองจะได้รับการหักลดหย่อน 1.5 เท่าของยอดจ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ที่มีศักยภาพการท่องเที่ยวยังไม่สูงมาก ทั้งนี้ เพื่อใช้สิทธิ์ได้อย่างครบถ้วน ผู้ใช้สิทธิ์ต้องเก็บรักษาใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบซึ่งระบุชื่อ-นามสกุลและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ใช้ อีกทั้งหากมีการใช้จ่ายเกิน 10,000 บาท จะต้องใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice / e-Receipt) เท่านั้น ข้อควรระวังของโครงการนี้ ได้แก่ การงดใช้สิทธิ์กับค่าใช้จ่ายซื้อของฝากหรือของที่ระลึก และตั๋วเครื่องบิน รวมถึงการใช้จ่ายกับร้านหรือที่พักที่ไม่ได้จด VAT หรือจ่ายเงินผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ออกใบเสร็จต่างประเทศ เช่น Booking.com โครงการนี้จึงถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่วางแผนท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงปลายปี โดยสามารถวางแผนเลือกใช้บริการกับผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีอย่างคุ้มค่าและถูกต้องตามกฎระเบียบ นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวในช่วงหลังสถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย เมื่อวางแผนการใช้สิทธิ์อย่างรอบคอบรวมถึงเตรียมหลักฐานใบกำกับภาษีให้ครบถ้วน จะสามารถช่วยให้ผู้มีรายได้ได้ประโยชน์สูงสุดจากโครงการเที่ยวดีมีคืนปี 2568 นี้อย่างแน่นอน