ก็ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง จุดเริ่มต้นคือไปสมัครเป็นเซลล์บริษัทเล็กๆที่หนึ่ง แต่ต้องทำงานกับเจ้านายที่เป็นผู้ชาย แต่ตอนนั้นภรรยาเจ้านายก็ไม่มีหึงหวงอะไร อยู่ๆภรรยาแกอยากหย่ากับเจ้านาย หวังว่าเจ้านายจะง้อ แต่เจ้านายก็ไม่ง้อและได้ขนของออกจากบ้านไป กลับไปได้ไม่นานภรรยาก็กลับมาเพื่อจับผิดเรา คิดว่าเราเป็นน้อยของเจ้านาย เพราะเจ้านายไม่ง้อ ไม่ยื้อเลยคิดเป็นว่าเป็นเพราะเรา หลังจากนั้นแอบดูกล้องตลอดเวลาว่าเราทำอะไร พูดอะไร หลังจากนั้นเขาหมายหัวเรามาตลอด จนเราอยู่แล้วอึดอัด เราสนใจแต่ทำงาน พยามไม่สนใจ เพื่อที่เขาจะเลิกยุ่ง สุดท้ายก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำกรด น้ำยาลอกสี มาสาดรถเรา จอดสีรถเราลอก

7/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้อ่าน พบว่าการทำงานร่วมกับเจ้านายที่มีปัญหาครอบครัวนั้นสร้างความเครียดได้มากกว่าที่คิด หลายครั้งที่เราอาจถูกเข้าใจผิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ภรรยาของเจ้านายที่หวาดระแวงว่าเราอาจเป็นมือที่สาม ทั้งที่เราไม่ได้คิดลึกซึ้งใดๆ เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าการตั้งใจทำงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องรักษาสติและมีวิธีปกป้องตัวเองด้วย ในกรณีนี้ที่มีการสาดน้ำยาลอกสีหรืออาจเป็นน้ำกรดใส่รถยนต์ ถือเป็นการกระทำที่รุนแรงและผิดกฎหมาย คุณควรแจ้งความกับเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินคดีและเก็บหลักฐาน เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด หรือข้อความที่ได้รับ เพื่อความปลอดภัยและเป็นสินบนในคดี นอกจากนี้ ควรระมัดระวังการดูแลตัวเองในที่ทำงาน และหากสถานการณ์ตึงเครียดเกินไป อาจพิจารณาหางานใหม่ที่สภาพแวดล้อมดีขึ้นเพื่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้นด้วย ส่วนตัวผมเองเคยเจอสถานการณ์คล้ายกัน เมื่อมีคนเข้าใจผิดว่าผมเข้าข้างเจ้านายหรือก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเขา สิ่งที่ช่วยได้คือการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าเราต้องการแค่ทำงานอย่างมืออาชีพ เทคนิคหนึ่งที่อยากแนะนำคือ การเก็บบันทึกเหตุการณ์และการสนทนาไว้ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นครั้งหน้าและใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงตามความจำเป็น สุดท้าย การเจอกับปัญหาคนจับผิดหรือใส่ร้ายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรักษาความสงบและปกป้องตัวเองด้วยวิธีที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เรื่องลุกลามและส่งผลกระทบในระยะยาว