#ร่ายยาว มหาเวสสันดรชาดก #เจ้าพระยาพระคลังหน

#บทอาขยานสมัยเรา #ป้าดโท้ยาวขนาดแต่ท่องไปแล้ว

มหาเวสสันดรชาดก

โส โพธิสตฺโต ปางนั้นสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ ตรัสได้ทรงฟังพระลูกน้อย ทรงกันแสงทูลละห้อยวันนั้น กลั้นพระโศกมิได้ละอายพระทัยแก่เทพยดา ปณฺณสาลัง ปวิสิตฺวา เสด็จเข้าสู่ภายในพระบรรณศาลา ซบพระพักตราทรงพระกันแสงสะอื้นไห้ ว่าโอ้เจ้าเพื่อนเข็ญใจของพ่อเอ่ย เจ้าเคยกระทำกรรมไว้เป็นไฉน จึ่งมาตกเข็ญใจไร้ยากอนาถา ให้พราหมณ์ชราร่างร้ายกาจ ตะแกมาทำสีหนาทโพยโบยตี โอเวลาปานฉะนี้ก็สายัณห์ คนทั้งหลายเขาเรียกกันกินอาหาร บ้างก็เล้าโลมลูกหลานให้อาบน้ำแล้วหลับนอน แต่สองบังอรของพ่อนี้ ใครจะปราณีให้นมน้ำ ก็จะตรากตรำลำบากใจ ที่ไหนจะเดินได้ด้วยพระบาทเปล่า ทั้งไอแดดจะแผดเผาให้พุพอง จะชอกช้ำคล้ำเป็นหนองลงลามไหล สองสุริยวงศ์ตั้งแต่ว่าจะทรงกันแสงไห้ สุดอาลัยของพ่อแล้วที่จะติดตาม จะบ่ายหน้าไปหาพราหมณ์เมื่อยามเย็น เฒ่าจัญไรไหนเลยจะเห็นด้วยสองเจ้า มีแต่จะรุกเร้าคำรามตี ธชีเอ่ยกระไรเลยไม่เกรงขามเราบ้างเมื่อยามจน จะคิดดูบ้างเป็นไรว่าลูกทั้งสองคนคู่ชีวาตม์ ยังตัดใจให้ขาดมิให้เสียประโยชน์ แต่ก่อนโสดข้าสินไถ่สืบมาถึงสี่ชั่ว ผู้อื่นรู้ก็เกรงกลัวไม่ทำได้เหมือนพราหมณ์ผู้นี้ วาริชฺเสว เม สโต เสมือนหนึ่งพรานเบ็ดมาตีปลาที่หน้าไซ บรรดาปลาจะเข้าไปให้แตกฉาน ตัวเราผู้ทำทานเหมือนตัวปลา พระโพธิญาณในภายหน้านั้นคือไซ ปรารถนาจะเข้าไปจึ่งยกพระลูกให้เป็นทานบารมี พระลูกรักทั้งสองศรีดั่งกระแสสินธุ์ พราหมณ์ประมาทหมิ่นมาด่าตี เสมือนกระทุ่มวารีให้ปลาตื่น นำพระทัยท้าวเธอถอยคืนจากอุเบกษา บังเกิดอวิชชามาห่อหุ้ม พระปัญญานั้นกลัดกลุ้มไปด้วยโมโหให้ลุ่มหลง โทโสเข้าซ้ำส่งให้บังเกิดวิหิงสาขึ้นทันที ว่าอุเหม่! อุเหม่! พราหมณ์ผู้นี้นี่อาจองทะนงหนอ มาตีลูกต่อหน้าพ่อไม่เกรงใจ ธชีเอ่ยกูมาอยู่ป่าเปล่าเมื่อไร ทั้งพระขรรค์ศิลป์ชัยก็ถือมา ธนุจาปฺ คเหตฺวา ก็ทรงพระแสงธนูศรกระสันมั่นกับมือ ฆ่าพราหมณ์ผู้นี้เสียเถิดหรือ เธอก็ฮึดหื้ออยู่แต่ในพระทัย ภายหลังจึ่งตั้งจิตพิจารณาในพระอริยประเพณีหน่อพุทธางกูร ก็รู้ว่าอาตมะนี่เพิ่มพูนมหาปุตตบริจาคเจียวสิหว่า เมื่อพระปัญญาบังเกิดมี พระบรมราชฤษีเธอจึ่งตรัสสอนพระองค์เองว่า โภ เวสฺสนฺดร ดูกรมหาเวสสันดร อย่าอาวรณ์โว้เว้ทำเนาเขา ข้ากับเจ้าเขาจะตีกันไม่ต้องการ ให้ลูกเป็นทานแล้ว ยังมาสอดแคล้วเมื่อภายหลัง ท้าวเธอจึ่งตั้งพระสมาธิระงับดับพระวิโยค กลั้นพระโศกสงบแล้ว พระพักตร์ก็ผ่องแผ้วแจ่มใส ดุจทองอุไรทั้งแท่ง อันบุคคลจะแกล้งหล่อแล้วมาวางไว้ในพระอาศรม ตั้งแต่จะเชยชมพระปิยบุตรทานบารมี แห่งหน่อพระชินศรีเจ้า นั้นแล

#แต่งขึ้นสมัยรัชกาลที่1หลังเสียกรุงได้ทรงนำวรรณคดีที่ยังหลงเหลือมาชำระใหม่เรื่องนี้เดิมยาวมากร.1จึงทรงรวบรวมครูกวีนำเค้าเดิมมาแต่งใหม่ให้สั้นลงและมีความไพเราะน่าสนใจมากขึ้น

อ่านร่ายเชิญข้างล่างค่ะ https://share.google/4xeQ4RDohbpSBmAfF

3/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมมหาเวสสันดรชาดก ถือเป็นวรรณคดีอมตะที่สะท้อนความมีน้ำใจและความเสียสละอย่างยิ่งใหญ่ของพระโพธิสัตว์ในอดีตชาติ เพื่อเตรียมพร้อมให้กำเนิดเป็นพระพุทธเจ้าในปัจจุบัน เรื่องราวความอดทนต่อความยากลำบากและความกล้าหาญในพระทัยที่ช่วยสร้างบุญบารมีอย่างแท้จริง จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ศึกษาบทร่ายมหาเวสสันดรชาดกฉบับเจ้าพระยาพระคลังหนนี้ ถือว่ามีคุณค่าทางวรรณคดีและทางจิตใจ เพราะได้เห็นถึงการปรับปรุงทางภาษาและการเรียบเรียงบทกวีที่กระชับขึ้นแต่ยังคงครบถ้วนทั้งเนื้อหาและอรรถรส ทำให้การอ่านเรื่องนี้ไม่ยืดยาดและเข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งตรงกับเจตนารมณ์เดิมที่ทรงรวบรวมและแก้ไขหลังเสียกรุงเพื่อต่อยอดวรรณกรรมไทยให้สอดคล้องกับบริบทสังคมยุคใหม่ บทไพเราะที่เล่าถึงความทุกข์ทรมานของพระบรมโพธิสัตว์ซึ่งต้องพลัดพรากจากพระโอรสและถูกพราหมณ์รังแก ทำให้รู้สึกถึงความละมุนละไมในการถ่ายทอดความรู้สึก ความรักความผูกพันระหว่างพ่อกับลูก ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เห็นแก่ตัวและความเสียสละเป็นที่สุด อีกทั้งยังส่งเสริมความคิดเรื่องการให้ทานและการบำเพ็ญบารมีให้ผู้อ่านได้ใคร่ครวญ ในฐานะคนที่ชื่นชอบวรรณคดีไทยและเรื่องราวเชิงปรัชญา มหาเวสสันดรชาดกฉบับนี้ช่วยเปิดมุมมองและทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของความอดทนและความรักบริสุทธิ์ที่เป็นพื้นฐานของความดีงามในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังชวนให้ย้อนคิดถึงการยึดมั่นในธรรมะและความเสียสละที่ช่วยชี้นำทางจิตใจให้ดำเนินชีวิตอย่างมีความหมายและศีลธรรม จึงขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจวรรณคดีไทยหรือผู้ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ทางวัฒนธรรมและศีลธรรมไทย ได้ลองอ่านบทร่ายฉบับนี้ซึ่งมีความลงตัวทั้งด้านภาษาและสาระความรู้ เป็นทั้งงานศิลปะวรรณกรรมที่ทรงคุณค่าและแหล่งเรียนรู้หลักธรรมคำสอนเพื่อการพัฒนาตนเองอย่างลึกซึ้ง