Automatically translated.View original post

✅Buy a simple Esim in Trip.com

Hello friends, today will teach you to buy eSim on Trip.com

Advantages:

1. Easy to buy, install now

2. Cheap price

Disadvantages:

For us, no.

The way to buy Esim can swipe through the picture. The way to install eSim will show it to everyone again. Very simple.

# esim # Sim abroad # esim## Overseas # Trick travel

3/7 Edited to

... Read moreหลายคนที่เสิร์ชแนว “esim trip com pantip” มักอยากรู้ว่า ซื้อใน Trip.com แล้วเวิร์กจริงไหม ต้องทำยังไงบ้าง และหลังจ่ายเงินได้อะไรไปใช้ต่อ เรามาเล่าทริค/เช็กลิสต์แบบละเอียดจากประสบการณ์ใช้งานจริงให้ค่ะ เผื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 1) ก่อนซื้อ เช็กก่อนว่าเครื่องรองรับ eSIM ไหม - iPhone ส่วนใหญ่รุ่นใหม่ๆ รองรับ eSIM อยู่แล้ว (เข้าไปดูที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ จะมีหัวข้อเกี่ยวกับ eSIM) - Android บางรุ่นรองรับ บางรุ่นไม่รองรับ แนะนำค้นหารุ่นมือถือ + “รองรับ eSIM” หรือดูในเมนูเครือข่าย/ซิมของเครื่อง 2) เลือกแพ็กเกจใน Trip.com ให้ตรงทริป (ประเทศ/วัน/ปริมาณเน็ต) ในแอป Trip.com ให้ค้นคำว่า “eSIM” แล้วเลือกประเทศที่ไป เช่น “eSIM in Japan / Japan 5G eSIM” จากนั้นจะมีตัวเลือกจำนวนวันและเน็ตให้เลือก - ถ้าเป็นสายใช้แผนที่/แชต/โซเชียล: เลือกเน็ตกลางๆ ก็พอ - ถ้าต้องอัปโหลดรูป/วิดีโอบ่อย หรือใช้ฮอตสปอต: แนะนำเลือกเน็ตเยอะขึ้นหรือแพ็กเกจที่ระบุชัดว่าแชร์เน็ตได้ 3) อ่านรายละเอียดให้ครบก่อนกด Book Now จุดที่คนพลาดบ่อยคือไม่ดูเงื่อนไขค่ะ แนะนำเช็ก 4 อย่างนี้ - ใช้งานได้เฉพาะ “Data” หรือมี “โทร/ส่ง SMS” ด้วย (ส่วนมากจะเป็น Data) - เครือข่าย/ความเร็ว (บางอันระบุ 4G/5G) - วิธีนับวัน: เริ่มนับเมื่อสแกนติดตั้ง หรือเริ่มนับเมื่อใช้งานครั้งแรก (แต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน) - รองรับ iOS/Android และมีคู่มือติดตั้งให้ไหม 4) ขั้นตอนจ่ายเงินและสิ่งที่ได้หลังซื้อ หลังเลือกแพ็กเกจ กด Book Now แล้วไปหน้าชำระเงิน ซึ่งปกติจะมีตัวเลือกอย่าง QR Code, Mobile Banking, Credit/Debit card จ่ายเสร็จแล้ว “สิ่งที่ได้” คือ QR Code สำหรับติดตั้ง eSIM (ตามภาพในรีวิว) เก็บไว้ให้ดี และแนะนำแคปหน้าจอ/บันทึกไฟล์เผื่อเน็ตหลุดตอนเดินทาง 5) ทริคติดตั้ง eSIM ให้ไม่พลาด (สำคัญมาก) - ถ้ายังไม่ถึงประเทศปลายทาง: ติดตั้งไว้ก่อนก็ได้ แต่ยังไม่ต้องเปิดใช้งาน/ไม่ต้องเปิด Data Roaming ของ eSIM จนกว่าจะถึงที่หมาย (กันวันใช้งานเริ่มนับเร็วเกิน) - ตอนสแกน QR ต้องมีอินเทอร์เน็ต (ใช้ Wi‑Fi ที่บ้าน/โรงแรม) - ตั้งค่าหลังติดตั้ง: เลือก eSIM เป็น “ข้อมูลมือถือ (Cellular Data)” และปิด Data ของซิมหลักถ้าไม่อยากโดนโรมมิ่ง 6) ถ้าใช้ไม่ได้ควรทำยังไง ลองเช็กตามลำดับนี้ก่อน - เปิด/ปิดโหมดเครื่องบิน 1 รอบ - รีสตาร์ทเครื่อง - เช็กว่าเลือก eSIM เป็นซิมสำหรับ Data แล้ว - เช็ก APN (บางแพ็กเกจต้องตั้งค่า) - ถ้ายังไม่ได้ ให้ติดต่อซัพพอร์ตใน Trip.com พร้อมเลขออเดอร์และภาพหน้าจอปัญหา สรุปคือ ซื้อ eSIM ใน Trip.com ทำได้ง่ายจริง: ค้นหา eSIM > เลือกประเทศ (เช่น Japan 5G eSIM) > เลือกวัน/เน็ต > Book Now > จ่ายเงิน > ได้ QR Code ไปติดตั้งบน iOS/Android ใครจะไปต่างประเทศแล้วอยากจบไวๆ แบบไม่ต้องหาซื้อซิมที่สนามบิน วิธีนี้สะดวกมากค่ะ