Automatically translated.View original post

Heroin transports into Australia, survives prison!

7/1 Edited to

... Read moreประสบการณ์ในคดีขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลียนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับหลักกฎหมายในประเทศที่มีการบังคับใช้ศุลกากรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้ายาเสพติดซึ่งกำหนดโทษรุนแรงถึงขั้นจำคุก 20 ปี แต่ในกรณีของ He Kaw Teh ศาลสูงของออสเตรเลียได้ยกคำฟ้องเนื่องจากหลักฐานและการพิสูจน์เจตนาหรือความรู้ของจำเลยเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายไม่แน่ชัดพอ ในมุมมองของผู้ที่สนใจด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน การต่อสู้คดีนี้จึงไม่ใช่แค่การเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหา แต่ยังเป็นการพิสูจน์ถึงความตั้งใจ และความรู้ของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งมีนัยสำคัญมาก เพราะกฎหมายศุลกากรโดยทั่วไปเป็นกฎหมายความรับผิดเด็ดขาด (Strict Liability) ที่ตำหนิติเตียนการกระทำโดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์เจตนา แต่ในคดีนี้ ศาลกลับให้ความสำคัญกับเมนส์เรีย (Mens Rea) หรือเจตนาอย่างชัดเจน สิ่งน่าติดตามในคดีนี้ คือประเด็น Recklessness หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ที่เป็นเงื่อนไขการลงโทษใหม่ ซึ่งหมายถึงถ้าจำเลยรู้ถึงความเสี่ยงในการกระทำแต่ยังเลือกทำ การกระทำดังกล่าวก็นับเป็นความผิด แม้จะไม่มีเจตนาโดยตรงก็ตาม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับแอร์โฮสเตสที่ถูกกล่าวหา เพราะหากพิสูจน์ได้ว่าเธอไม่ได้รู้หรือมีเจตนาในการนำเข้ายาเสพติด แม้กระทั่งกรณีที่ถูกว่าจ้างหรือได้รับสิ่งของโดยไม่ตรวจสอบ คดีอาจมีโอกาสพลิกได้ จากการติดตามข่าวสารและศึกษาในส่วนของกฎหมาย ผู้ที่มีบทบาทเหมือนแอร์โฮสเตสในลักษณะนี้ ควรตระหนักถึงการป้องกันตัวเองอย่างรอบคอบ เช่น การตรวจสอบสิ่งของก่อนรับ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งของที่ไม่รู้ที่มา อีกทั้งควรเตรียมข้อมูลและหลักฐานเพื่อใช้สู้คดีอย่างถูกต้องและเป็นระบบ เพราะแม้ว่าบางกรณีศาลจะพิสูจน์ว่าไม่มีเจตนา กฎหมายใหม่อาจจะตีความความประมาทอย่างร้ายแรงเป็นเหตุลงโทษแทน สุดท้าย การติดตามคดีนี้ทำให้เห็นว่าในระบบกฎหมายที่ทันสมัยยังมีช่องทางให้กับผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่มีเจตนาในการกระทำผิดได้ต่อสู้และได้รับความเป็นธรรม แต่ทว่าการเข้าใจรายละเอียดของข้อกฎหมายและการเตรียมพร้อมอย่างรอบคอบก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับการต่อสู้คดีประเภทนี้ในอนาคต