แข่งกับตัวเองให้ได้ แล้วจะมีความสุขทุกช่วงของชีวิต
สวัสดียามเช้า ทุกคน...😍
ถ้าย้อนกลับไปตอนที่
เข้าวงการมาเป็นตัวแทนใหม่ๆ
ยอมรับเลยค่ะ ว่าเป็นคนที่ชอบการแข่งขันมาก
เห็นรางวัลเห็นคุณวุฒิที่ไหน
เป็นต้องกระโจนเข้าใส่ อยากชนะ
อยากพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา
.
แต่พอเวลาผ่านไป อายุเยอะขึ้น
ประสปการณ์มากขึ้น ความชอบ
ในการแข่งขันยังมีอยู่เต็มร้อยเหมือนเดิม..
แต่สิ่งสำคัญที ่เปลี่ยนไป
คือ คู่แข่ง ของเรา
.
วันนี้เราไม่ได้มองไปที่ลู่ข้างๆ
เพื่อจะแซงใครอีกต่อไป
แต่เราหันกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า..
ตอนนี้เรากำลังแข่งกับอะไรอยู่กันแน่?
คำตอบในวัยที่มีทั้งประสบการณ์
และบทบาทผู้นำในวันนี้
คือเรากำลังแข่งกับ 4 สิ่งนี้ค่ะ
.
1 แข่งกับเวลา เวลาในแต่ละวันมีจำกัด
เราจะบริหารมันอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด
2 แข่งกับอนาคตของลูก
ความมั่นคงของครอบครัว
และอนาคตของลูกคือสิ่งที่เรา
ต้องสร้างให้เสร็จ และต้องเร็วพอ
3 แข่งกับเป้าหมายของตัวเอง
เป้าหมายที่เราเคยคิดใหญ่ไว้
เราขยับเข้าใกล้ได้แค่ไหนแล้ว
4 แข่งกับตัวเองในเวอร์ชันเมื่อวาน
เก่งขึ้น มั่นคงขึ้น และนิ่งสงบให้ได้มากกว่าเดิม
.
ทำไมการแข่งกับตัวเอง
ถึงทำให้เราไปได้ไกลและมีความสุขที ่สุด?
เมื่อก่อนตอนแข่งกับคนอื่น
ใจเราจะวุ่นวายอยู่กับ โลกภายนอก
คอยพะวงฟีดโซเชียลคนนั้นคนนี้
จนบางทีก็เผลอด้อยค่าตัวเอง
.
แต่พอเปลี่ยนมา แข่งกับตัวเอง 100%
จิตใจเราจะโฟกัสอยู่แต่กับปัจจุบัน (Mindfulness)
เราจะสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
กล้าลุยในสิ่งที่กลัวทันที สู้ไม่ถอย
กัดไม่ปล่อยในลู่ของตัวเองอย่างแท้จริง
และที่สำคัญคือ
.
มีความสุขในทุกวันทำงาน
และถึงเป้าหมายได้ดีกว่าเดิมชัดเจน
การวิ่งในลู่ของตัวเอง
ไม่ได้แปลว่าเราเฉื่อยชานะคะ
แต่มันคือการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด
ที่เราควบคุมได้ โดยไม่ต้องมีเสียงรบกวน
จากข้างทางมาทำให้เราหลงทิศทาง
.
เช้านี้... ลองเปลี่ยนคู่แข่ง
จากคนในหน้าจอ มารับคำท้าจาก
ตัวคุณเองในกระจก ดูนะคะ
แล้วคุณจะพบว่าชัยชนะ
ที่ได้มาจากการชนะตัวเอง
มันหอมหวานและยั่งยืนที่สุด
.
เป็นกำลังใจให้คนทำธุรกิจ
และตัวแทนสายลุยทุกคนในเช้านี้ค่ะ☀️
-อุ้ย เกวนัส-
.
การเปลี่ยนมุมมองจากการแข่งขันกับผู้อื่นมาเป็นการแข่งขันกับตัวเอง ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตมีความสมดุลและมีความสุขอย่างแท้จริง เพราะเมื่อเราวิ่งในลู่ของตัวเอง เราจะได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลกับเสียงวิจารณ์หรือแรงกดดันจากภายนอก ในประสบการณ์จริง การแข่งกับตัวเองนั้นทำให้ผมรู้สึกมีสมาธิมากขึ้น เมื่อก่อนเราอาจจะเสียพลังงานไปกับการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นผ่านโซเชียลมีเดีย จนบางทีก็ทำให้รู้สึกท้อแท้ แต่พอหันมาโฟกัสที่เป้าหมายและการพัฒนาของตัวเองในแต่ละวันกลับช่วยเพิ่มความสุข และสร้างแรงบันดาลใจได้ดีกว่า นอกจากนี้ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนอย่าง การบริหารเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด การคิดถึงอนาคตของครอบครัวโดยเฉพาะลูกหลาน และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวหน้าให้ดีกว่าเมื่อวาน เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดพลังบวกตลอดวัน โดยไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อ เพราะเราเป็นคนกำหนดทิศทางและความเร็วในการเติบโตของตัวเอง สุดท้าย การแข่งกับตัวเองไม่ใช่แค่การวิ่งชนะในสนามเท่านั้น แต่มันคือการวิ่งไปพร้อมๆ กับการฝึกจิตใจให้เข้มแข็งขึ้น กล้าลุยกับความกลัว และกลายเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเราเองในทุกๆ วัน เมื่อเราชนะใจตัวเองได้แล้ว ชัยชนะนั้นจะหอมหวานและมีคุณค่ามากกว่าที่เคยเป็นมาอย่างแน่นอน ลองเริ่มต้นวันนี้ด้วยการถามตัวเองว่า วันนี้เราแข่งกับอะไรอยู่? และพร้อมที่จะวิ่งในลู่ของตัวเองเพื่อความสุขที่แท้จริงหรือยัง?
