Mido Multifort GMT Worldtime
หลังจากได้ลองใส่ Mido Multifort GMT Worldtime สีทองบนข้อมือมาสักพัก สิ่งแรกที่รู้สึกคือ “มันเด่นแบบสุภาพ” โทนสีทองทำให้ดูหรูขึ้นทันที แต่ดีไซน์ตระกูล Multifort ยังมีความสปอร์ตอยู่ เลยใส่ไปทำงานหรือใส่เที่ยวก็ไม่หลุดธีม โดยเฉพาะรุ่นหน้าปัดสีขาวที่ตัดกับตัวเรือนสีทอง ทำให้ตัวเลข/เข็มอ่านง่ายกว่าที่คิด และรายละเอียด “วงชื่อเมืองทั่วโลก” บนหน้าปัดคือจุดที่คนทักบ่อยสุด ฟังก์ชันที่เป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้คือ GMT + Worldtime สำหรับคนที่ต้องดูเวลา 2 ไทม์โซน เช่น ทำงานกับทีมต่างประเทศ หรือมีญาติอยู่ต่างประเทศ เวลาใช้งานจริง เราจะตั้ง “เวลาไทย” เป็นเข็มหลัก แล้วใช้เข็ม GMT สำหรับอีกประเทศหนึ่ง ส่วน Worldtime (รายชื่อเมือง) จะช่วยอ้างอิงโซนเวลาแบบคร่าวๆ ได้ไว เหมาะตอนเดินทางหรือเวลาต้องนัดประชุมหลายประเทศ แนะนำให้เลือก “เมืองอ้างอิง” ที่เราใช้บ่อย จะจำง่ายและไม่สับสน เรื่องการอ่านเวลา รุ่นนี้ถ้าจัดเลย์เอาต์หน้าปัดดีๆ จะใช้งานสะดวกมาก วิธีของฉันคือจำสี/ทรงของเข็มให้ชินก่อน แล้วค่อยไล่ดู GMT ทีหลัง เวลารีบๆ จะไม่เผลออ่านผิด อีกอย่างที่ชอบคือมีช่องวันที่ ทำให้เป็นนาฬิกา daily use ได้จริง ไม่ต้องหยิบมือถือมาดูวันบ่อยๆ ถ้าใครกำลังหาข้อมูล “mido multifort gmt” แล้วลังเลว่าจะเหมาะกับตัวเองไหม ฉันว่าเหมาะมากกับ 3 กลุ่มนี้: 1) คนชอบนาฬิกาที่มีลูกเล่น แต่ยังใช้ในชีวิตประจำวันได้ 2) คนเดินทาง/ทำงานข้ามประเทศที่ต้องดูสองเวลา 3) คนอยากได้นาฬิกาโทนทองที่ดูแพงแต่ไม่แฟชั่นจ๋า ทริคก่อนตัดสินใจซื้อ: ลองใส่ที่ข้อมือจริงและเช็กความบาลานซ์ของตัวเรือนกับขนาดข้อมือ เพราะสีทองจะดึงสายตา ถ้าฟิตพอดีจะดูเนี๊ยบมาก และอย่าลืมลองปรับฟังก์ชัน GMT/Worldtime ให้คล่องในร้าน จะได้มั่นใจว่าใช้งานจริงแล้วตอบโจทย์สไตล์คุณ
