รักนี้มีแต่ความ Blue 💙
ถ้าเปรียบสีน้ำเงิน หรือ สี Blue กับความรัก มันอาจดูหม่นหมอง เศร้าๆไม่สมปรารถนา หรือแม้แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน หากวันไหนใครรู้สึกว่าตัวเองไม่สดใส ใจมันดิ่งๆ เราก็มักพูดว่าวันนี้ Feeling Blue เหมือนชีวิตไม่แจ่มใส 💁🏻♀️ ก็ว่ากันไปนะคะ 🙋🏻♀️ แต่สำหรับป้าแตน ป้านี้เลิฟสีนี้เป็นพิเศษ จะซื้ออะไร ของใช้เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า จะหยิบสีน้ำเงิน สีฟ้า หรือสี Denim ก่อนเพื่อน สีอื่นเป็นรอง ตอนเด็กน้อยก็ผูกโบว์สีน้ำเงิน รถยนต์คันแรกในชีวิตก็สีน้ำเงิน คันที่สองก็น้ำเงินอีก ไม่รู้ตัวค่ะ จนกระทั่งเริ่มสังเกตว่ารอบๆตัวเองนี้มีแต่สีน้ำเงิน ถึงรู้ว่าเออชั้นมันเลิฟสีนี้ซะจริงๆ ยิ่งท้องฟ้าเวลาใสๆ กระทบคลื่นเป็นน้ำเงินประกายระยิบระยับ นี่หลงเลย 💙 ดังนั้นป้าไปเจอสีนี้ที่ไหนก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ขอถ่ายรูปซะหน่อย แต่ความรักนี่ไม่ได้เลือกสีนี้เลยนะ มันดัน Feel Blue ซะงั้น 🤦🏻♀️ แต่ก็เถอะนะ ผ่านมาแล้ว ตอนนี้แสนจะมีความสุข เชื่อกันมั๊ยคะ :))
ในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจไม่ได้สังเกตว่าการเลือกสีเสื้อผ้าหรือของใช้บางอย่างมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกอย่างไรบ้าง สำหรับตัวฉันเอง สีน้ำเงินไม่ใช่แค่สีธรรมดา แต่เป็นสีที่ทำให้รู้สึกสงบ รู้สึกได้ถึงความลึกซึ้ง และเมื่อพูดถึงความรัก สีนี้มักจะสื่อถึงความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความเศร้าและความสงบไปพร้อมกัน อย่างที่หลายคนพูดว่า "Feeling Blue" เมื่อรู้สึกเศร้าหมอง หรือชีวิตดูดิ่ง การใช้คำนี้สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างสีฟ้ากับอารมณ์ จนบางครั้งเราอาจแยกไม่ออกว่าสีน้ำเงินคือสัญลักษณ์ของความเศร้าหรือว่าเป็นเครื่องเตือนใจให้เรารู้จักปรับสมดุลของอารมณ์และรับรู้ความรักในแบบที่ลึกซึ้งขึ้น ในประสบการณ์ส่วนตัว เวลาได้มองท้องฟ้าสีฟ้าสดใส หรือเสื้อผ้าและของใช้ที่เป็นสีน้ำเงิน มันช่วยให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายและเสริมสร้างความมั่นใจ แต่ในแง่ของความรัก สีนี้ก็เตือนเราถึงช่วงเวลาที่เราอาจต้องเผชิญกับความรู้สึกไม่สมหวัง หรือความรู้สึกที่ดูหม่นหมอง แต่ในท้ายที่สุด มันก็เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตและเรียนรู้ที่จะรักตัวเองมากขึ้น ดังนั้นการที่แต่ละคนมี "สีโปรด" ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความรู้สึกในความรักไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการสะท้อนจิตใจและช่วงเวลาต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา การเปิดรับและเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้จะช่วยให้เรารักและดูแลใจตัวเองได้ดีขึ้นทุกวัน

สวยมากค่ะพี่ แต่งอะไรก็ดูดีทุกชุด