ท้องนอกมดลูก ประสบการณ์ที่ไม่ได้เตรียมใจ

หลังจากผ่านวันเกิด29ปีมาได้แค่14วัน เรื่องนี้ก็เกิดขึ้น

ช่วงเวลาประมาณตี 1 กว่า ๆ เราสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะปวดท้องอย่างรุนแรง บริเวณท้องน้อยและรังไข่ เป็นความปวดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทรมานมากจนแทบขยับตัวไม่ได้

เราพยายามลุกไปเข้าห้องน้ำ เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นอาการปวดแบบไหน คิดว่าเป็นเหมือนอาการอั้นปัสสาวะไว้จนเช้าแล้วมันจุก แต่พอลุกขึ้นก็หน้ามืดเหมือนจะเป็นลม พยายามลุกอยู่ 3–4 ครั้งก็ยังเป็นเหมือนเดิม สุดท้ายต้องนอนหงายอยู่บนเตียง เพราะลุกไม่ไหว และไม่สามารถนอนตะแคงได้เลย พูดก็แทบไม่มีแรง

เราพยายามเรียกแฟนบอกว่าปวดท้อง จะเป็นลม ให้แฟนพาไปห้องน้ำหน่อย พอไปห้องน้ำเราก็เป็นลมพยายามเดินกลับมาห้องแล้วล้มตัวลงไปเลย แฟนช่วยเอาเจลร้อนมาประคบท้อง อาการเหมือนจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืน

พอเช้า อาการยังไม่ดีขึ้น มีอาการเวียนหัว หน้ามึนตลอดเวลา จึงโทรให้แฟนเรียกรถพยาบาล ประมาณ 8:30 น. รถมารับ มีการวัดความดัน เจาะเลือด ตรวจเบาหวาน และสอบถามอาการเบื้องต้น ก่อนพาไปส่งโรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคมซึ่งใกล้บ้าน

ถึงโรงพยาบาลประมาณ 9 โมงกว่า เรานอนรอหมอในห้องฉุกเฉินแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ มีพยาบาลเข้ามาวัดความดัน ตรวจเบาหวาน และให้เก็บตัวอย่างปัสสาวะ แต่ตอนนั้นเรายังลุกไม่ไหว

ผ่านไปเกือบชั่วโมง พอรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย เลยโทรบอกแฟนให้พาไปห้องน้ำ แฟนกำลังจะออกไปเอารถเข็น แต่ตอนนั้นมีพยาบาลเดินเข้าเดี๋ยวจะพาไปเอง พอเข้าห้องน้ำและเก็บตัวอย่างปัสสาวะเสร็จ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ก็เกิดอาการหน้ามืด ตัวชา หูอื้อ เหมือนจะเป็นลมอีกครั้ง พยายามกลับมานั่งรถเข็นและออกจากห้องน้ำ ก่อนจะหมดแรง ได้ยินเสียงพยาบาลถามคนไข้เป็นอะไรคะ และเสียงวุ่นวายไปหมด

รู้สึกตัวอีกทีอยู่บนเตียง มีพยาบาลหลายคนช่วยกันดูแล เอาแอมโมเนียให้ดม จากนั้นมีการเจาะเลือด ให้น้ำเกลือ และเตรียมตรวจเพิ่มเติม

ประมาณ 11 โมง หมอเข้ามาซาวด์เพื่อช่องคลอด ระหว่างนั้นเรายังคงหลับ ๆ ตื่น ๆ และมีการประเมินความปวดตลอด โดยเราบอกว่าถ้านอนนิ่ง ๆ ปวดระดับ 6–7 แต่ถ้าขยับคือ 10

ต่อมาพยาบาลแจ้งว่าต้องส่งตัวไปอีกโรงพยาบาล เพราะที่นี่ไม่มีสูตินรีแพทย์ในวันนั้น จึงประสานงานเพื่อส่งตัวไปอีกสาขา

ช่วงบ่ายประมาณ 13:30 น. เราถูกส่งตัวไปถึงอีกโรงพยาบาลประมาณ 14:00 น. และเข้ารับการตรวจทันที

หมอซาวด์ช่องคลอดอีกครั้ง และแจ้งว่า

เราเป็น “ท้องนอกมดลูก” และมีเลือดออกในช่องท้องจำนวนมาก เลือดไหลไปถึงตับแล้ว ทำไมถึงส่งตัวมาช้าขนาดนี้

หมอบอกว่าต้องผ่าตัดฉุกเฉินทันที ตอน14.30น. พร้อมถามเรื่องการกินอาหารล่าสุด และสอบถามว่าต้องการทำหมันเลยหรือไม่ เราตัดสินใจทำหมันไปพร้อมกัน เพราะมีลูกแล้ว 2 คน

หลังจากนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก เราถูกเตรียมเข้าห้องผ่าตัด เปลี่ยนเสื้อผ้า เซ็นเอกสาร และดมยาสลบ เราหลับไปอย่างรวดเร็วนับได้ประมาณ5วินาที และตื่นขึ้นมาอีกทีในห้องพักฟื้น รู้สึกเจ็บคอจากท่อช่วยหายใจ และปวดแผลผ่าตัดบริเวณท้องและมดลูกทั้ง2ข้าง

หลังพักฟื้นประมาณ 2 ชั่วโมง ถูกย้ายไปห้องพักผู้ป่วย โดยวันแรกยังขยับตัวแทบไม่ได้ เจ็บมาก งดอาหารทุกอย่าง

วันที่ 2: ตอนเช้าให้จิบน้ำได้ เริ่มทานอาหารอ่อน

วันที่ 3: ถอดสายฉี่ และต้องลุกไปห้องน้ำเอง ยังมีอาการหน้ามืดง่าย3-4ครั้ง และอาเจียนเพราะเหม็นกลิ่นอาหาร

วันที่ 4: อาการดีขึ้น แต่ยังมีหน้ามืด สามารถนอนตะแคงได้นิดหน่อยเดินได้บ้าง และได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน

ตลอดการพักฟื้น มีอาการความดันต่ำ มือเท้าเย็น หนาวสั่น และเสียเลือดไปมาก (มากกว่า 1,000 ml)

สรุป:

เราตั้งครรภ์นอกมดลูกประมาณ 2 สัปดาห์ โดยที่ไม่รู้ตัวและเกิดการมดลูกแตก ทำให้มีเลือดออกในช่องท้องจำนวนมาก อาการหน้ามืดที่เกิดขึ้นเพราะเสียเลือดภายในอย่างรุนแรง หากการรักษาช้ากว่านี้เพียงเล็กน้อย อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

🗣️ข้อแนะนำ: หากใครมีอาการแบบนี้ให้รีบหาหมอโดยด่วน อย่ารอเวลาเพราะบางคนอาจจะไม่ได้โชคดีก็ได้ค่ะ

#ท้องนอกมดลูก #ตั้งครรภ์นอกมดลูก #ผ่าตัด #lemon8ไดอารี่ #เล่าเรื่องในอดีต

4/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของผู้ที่ผ่านภาวะท้องนอกมดลูกมาแล้ว สิ่งที่อยากจะบอกต่อกันคืออาการปวดท้องรุนแรงและอาการหน้ามืดนั้นไม่ควรละเลยเด็ดขาด เลือดออกในช่องท้องอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยที่เราคิดไม่ถึงมาก่อน และการได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วถือเป็นเรื่องสำคัญสุด เพราะถ้าเกิดความล่าช้า สถานการณ์อาจเลวร้ายจนถึงชีวิตได้ ในช่วงเวลาที่เจ็บปวดนั้น การได้รับการช่วยเหลือทันทีจากคนรอบข้างและการเดินทางไปโรงพยาบาลถือเป็นจุดสำคัญ ซึ่งการแจ้งอาการและการเก็บข้อมูลประวัติการกินอาหารล่าสุดช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง หลังจากการผ่าตัดฉุกเฉิน ผู้ป่วยต้องเผชิญกับการฟื้นฟูร่างกายที่ใช้เวลาและความอดทน อาการปวดแผลผ่าตัด ความอ่อนเพลีย อาการหน้ามืด และผลกระทบจากการเสียเลือดมากเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมใจ และควรได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยควรที่จะพักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารอ่อนเพื่อลดอาการคลื่นไส้ สำหรับผู้หญิงที่มีประวัติเคยตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือมีอาการปวดท้องผิดปกติ ควรรับรู้อาการและไม่ลังเลที่จะไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อน เพราะบทเรียนจากเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความรวดเร็วในการวินิจฉัยและรักษาคือกุญแจสำคัญที่ช่วยป้องกันอันตรายถึงชีวิตได้ ลองสังเกตอาการปวดท้องที่รุนแรงเกินปกติ ปวดแบบไม่มีสาเหตุชัดเจน หรือมีอาการร่วมเช่น เวียนหัว หน้ามืด และรู้สึกเหนื่อยผิดปกติ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่รุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ทันทีและอย่ารอจนทำให้สถานการณ์ลุกลาม ท้ายที่สุดแล้ว การมีข้อมูลและประสบการณ์จากผู้ที่เคยผ่านภาวะท้องนอกมดลูกจะช่วยให้เราเตรียมตัวและตัดสินใจได้ถูกต้องเมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันในอนาคต

ค้นหา ·
อาการของคนท้องนอกมดลูก

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Supa
Supa

🥺

รูปภาพของ Lemon8Family 🍋
Lemon8Family 🍋

โพสต์ปังมากค่า!🎉 อย่าลืมตอบคอมเมนต์พูดคุยกับเพื่อนๆ และกดติดตามเราไว้ เพื่อดูอัปเดตใหม่ๆ และฮาวทูทำคอนเทนต์ปังๆ!😎 มาโพสต์ใน Lemon8🍋 กันเยอะๆ นะค้า~~✨💕