ไฟลท์บินตอนไปอิหร่านก็บ่งบอกแล้วนะ…✈️🇮🇷ทั้งไฟลท์มีคนไปแค่นี้….
แต่เหตุผลที่จำเป็นต้องไปคือ….
1. วีซ่าหมดสิ้นเดือนกุมภาพันธ์
2. จ่ายตังค์เฉพาะค่าวีซ่า 6500 บาท (จ้างเอเย่นต์)
3. ถ้าไม่ไปอิหร่าน ต้องซื้อตั๋วเครื่องบิน บินตรงไปอาเซอร์ไบจัน ค่าตั๋ว 27,000 บาท จะเป็นลม
4. ถ้าไม่ไปอิหร่าน ตั๋วเครื่องบินทั้งหมดที่จ่ายไป 30,000 กว่าบาทก็ล่มอีก
5. สุดท้ายตัดสินใจเททั้งทริป ก็คือทิ้งเงินไปเลย 50,000 กว่าบาท
ก่อนไปก็เลยวัดใจ ตัดสินใจบินลงโอมานเพื่อดูสถานการณ์ระยะใกล้ ไปสแตนด์บายที่นั่นก่อน
พอถึงวันต้องบินจากโอมานไปอิหร่าน พบแล้วว่าไฟลท์ยังบินอยู่ อาจจะเพราะความสัมพันธ์อันดีระหว่างโอมานกับอิหร่านก็เลยทำให้ไฟลท์นี้ยังอยู่
เตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งการซื้อวีพีเอ็นที่ดีที่สุด เครือข่ายโทรศัพท์จากไทยและ E-sim สำรอง (ใช้ไม่ได้สักอย่าง จ่ายฟรี 1,500บาท)
การขอคอนเน็คชั่นส์คนอิหร่าน สถานทูตไทยในอิหร่าน
และติดต่อกับโรงแรมอิหร่านทุกวัน (ปัจจุบันติดต่อไม่ได้แล้ว)
ดอลลาร์เตรียมไปเกินกว่าที่ใช้มาก จนระแวงกลัวหายกลัวโดนขโมยเพราะได้ยินข่าวเกี่ยวกับอิหร่านไม่ค่อยดีทำให้เกิดความกลัว
และเพื่อหลีกเลี่ยงความกลัว เอวางดอัปโซเชียลเพื่อที่จะทำให้ความกลัวของคนอื่นไม่ส่งต่อมาที่เอวา
ก่ อนออกจากบ้านบอกครอบครัวแล้วว่า เตรียมทางหนีทีไล่ไว้พร้อมแล้ว ไม่ว่าจะไฟลท์สำรอง เอวาซื้อไฟลท์สำรองขาออกสองวันติดค่ะ เพื่อที่พลาดหนึ่งไฟลท์ ยังทำให้อีกไฟลท์ยังอยู่ เท่ากับซื้อตั๋วเครื่องบินคูณสอง
และสร้างความเชื่อมั่นกับครอบครัวว่าเอวาทำได้ โชคดีที่เอวามีครอบครัวที่ค่อนข้างแข็งแกร่งทางจิตใจ และเชื่อมั่นในตัวเอวา
เรื่องแปลกคือก่อนเอวาไปประมาณไม่ถึงสัปดาห์ ข่าวอิหร่านเงียบกริบ และช่วงที่เอวาอยู่อิหร่าน เอวาคิดว่าถ้าจะเกิดอะไรขึ้นก็คือวันที่ 11 กุมภาพันธ์แน่นอน เพราะผู้คนนับล้าน เดินบนถนนในเตหะราน แต่ผลคือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี มิฉะนั้นจะเกิดการสูญเสียหนักกว่าเดิม
แต่สิ่งที่เป็นลางไม่ดีคือสถานที่ท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโกเลสถาน พระราชวังซาดาแบด หรือแ ม้แต่ National Museum ปิดหมด เอวาถามคนอิหร่านที่โรงแรม เธอบอกว่า น่าจะมีการย้ายสมบัติ เหมือนเตรียมการอะไรบางอย่าง
เอวาเศร้ามากเพราะเป้าหมายของเตหะรานคือ พระราชวังโกลเลสถาน ที่นี่คือสุดยอดสมบัติที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเอวาอยากเห็นสักครั้ง
สถานที่เที่ยวที่เอวาได้คือคุก กับสถานทูตอเมริกาในอิหร่าน และเขาหิมะใกล้ๆ
และแน่นอนเอวาเกือบไม่ได้ออกประเทศเนื่องจากไฟลท์ที่อิหร่านไม่แน่นอนเลย มีการยกเลิกการบินมาเตหะราน จึงทำให้ไฟลท์ออกลดลง
มีคนถามเอวาว่า… แล้วทำไมยังไป
“ เพราะในความรู้สึกของเอวา เอวารู้สึกว่า ถ้าไม่รีบไปตะวันออกกลางตอนนี้ โดยเฉพาะอิหร่าน อาจจะไม่ได้ไปอีกนาน หรือตลอดไป ”
มันเลยเป็นการตัดสินใจที่ต้องเอาชนะความกลัวแบบขีดสุด
เอวาเคยผ่านการเกือบตกเหวคนเดียวในเขาหิมะมาแล้ว
เ กือบไม่ได้หายใจที่เทือกเขาเอเวอร์เรสต์แล้ว
แล้วเอวาพบว่าความตายไม่ได้น่ากลัว
เท่ากับ การใช้ชีวิตอยู่กับความกลัว
ถ้าเอวาย้อนเวลากลับไปได้ เอวาก็ดีใจที่ตัดสินใจแบบนั้นค่ะ เพราะถ้าไม่ตัดสินใจแบบนั้นก็คงจะไม่มีวันรู้คำตอบในวันนี้








เป็นประเทศ เก่าแก่และมีอารยธรรม มานานมาก ถ้าตัดสินใจไม่ไปตอนนั้น ก็ไม่รู้จะมีโอกาสได้ไปอีกมั้ย เพราะสถานการณ์ ประเทศเปราะบางมาก ยินดีด้วยที่กลับมาอย่างปลอดภัยนะคะ