รีวิวนั่ง Jeju Air ครั้งแรก เป็นไงไปดู

วันนี้จะมารีวิวสายการบิน Jeju Air ค่ะ

ก่อนบินเราหาข้อมูลสายการบินนี้เยอะ แต่ก็ไม่ค่อยมีคนรีวิว ไม่ค่อยเห็นภาพ พอเข้าใจได้ว่ามัน low cost สุดๆ วันนี้มีโอกาสได้นั่งแล้ว เป็นไงไปดูกันฮะ

เราบินช่วงปลายปีนะคะ 25-29 ธ.ค. จองตั๋วล่วงหน้าแค่ประมาณ 3 อาทิตย์ มาถึงตรงนี้หลายคนคงคิดว่าแพงแน่เพราะกระชั้นชิดมากๆ แต่เราได้ตั๋วไป-กลับ กรุงเทพ-ปูซานมาในราคา 14,xxx จ้ะแม่ ถูกมากกกก !!

🧡 มาที่เคาน์เตอร์เช็คอินกันเลย

จุดนี้คือโคตรงงเพราะเรา self check-in ที่ตู้ไม่ได้ ต้องไปรอต่อแถวยาวเหยียดดด เจจูแอร์จะให้เราเช็คอินพร้อมกันกับอีกไฟล์ทเลย คือเราต้องไปเช็ครวมกับคนที่จะไปอินชอนด้วย คนเยอะสุดๆ

🧡 ขึ้นเครื่อง

เครื่องเล็ก แต่ที่นั่งใช้ได้ ไม่มี Service เราบิน 00.40 AM เลยรู้สึกโอเคเพราะว่าจะได้นอนละตื่นมาถึงเลย เราไม่ค่อยชอบให้แอร์มาปลุกเสิร์ฟเครื่องดื่ม อาหารเวลามีไฟล์ทบินหลายชม. อยากนอนยาวๆ เพราะปกตินอนบนเครื่องก็นอนยากอยู่แล้วนึกออกมะ555

สายการบินนี้คือเหมาะ แต่ใดๆ คือน้ำเปล่าก็ไม่แจกนะ5555 ไม่มีอะไรแจกเลยยย นักบินขับดี เราไม่ค่อยเมาเครื่องนะ

รวมๆ แล้วโอเคกับค่าตั๋ว คือเราไม่ต้องการอะไรมากเวลาอยู่บนเครื่องอยู่ละ เน้นแค่พาเราไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยพอ ใครที่คิดอยู่ว่าจะจองดีมั้ย เราเชียร์ว่าจองเลย เก็บเงินไปเที่ยว ไปช้อปปิ้งดีกว่า ค่าตั๋วจองถูกๆ ก็ได้

#jejuair #เที่ยวกับlemon8 #เที่ยวเกาหลี #แพลนเที่ยว #ต้อนรับ2026

1/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมใครกำลังหาข้อมูล “สายการบินเจจูแอร์” แล้วลังเลว่าจะจองดีไหม เราขอแชร์สิ่งที่อยากรู้ก่อนบินแบบละเอียดขึ้น จากประสบการณ์ไฟลต์กรุงเทพ-ปูซาน (เป็นสาย low cost ที่เน้นพาไปถึงมากกว่าบริการบนเครื่อง) เผื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ 1) Jeju Air เช็คอินก่อนกี่ชั่วโมง? โดยทั่วไปเที่ยวบินต่างประเทศส่วนมากจะเปิดเคาน์เตอร์ประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาออก และปิดราวๆ 60 นาที (บางสนามบินอาจปิด 40-50 นาที) เราแนะนำให้เผื่อเวลา “มากกว่า” ปกติหน่อย โดยเฉพาะช่วงเทศกาล/ไฟลต์ดึก เพราะเคาน์เตอร์อาจต้องต่อคิวรวมกับไฟลต์อื่น คนเยอะแล้วช้าแบบเห็นๆ ถ้าอยากชิลๆ ให้มาถึงสนามบินก่อน 3-3.5 ชั่วโมงจะอุ่นใจกว่า 2) Self check-in ได้ไหม? ทำไมหลายคนต้องต่อแถวยาว บางเส้นทางหรือบางสนามบินอาจมีข้อจำกัดเรื่องตู้ self check-in/การรับ boarding pass หรือการโหลดกระเป๋า ทำให้สุดท้ายยังต้องไปเคาน์เตอร์อยู่ดี (เช่น ตรวจเอกสาร/วีซ่า/พาสปอร์ต) ดังนั้นถ้าทริปนี้มีโหลดกระเป๋า หรืออยากชัวร์เรื่องเอกสาร ให้เผื่อเวลาต่อคิวไว้เลย จะได้ไม่เครียด 3) Jeju Air ลง Terminal ไหน? คำว่า “ลง Terminal ไหน” ต้องแยก 2 กรณี คือ - ขาออกจากกรุงเทพ: ให้ดูในตั๋ว/อีเมลยืนยัน และหน้าเว็บ/แอปสนามบินในวันเดินทาง เพราะบางทีมีการเปลี่ยนเคาน์เตอร์หรือโซนเช็คอินตามช่วงเวลา - ขาเข้าที่เกาหลี (เช่น ปูซาน/อินชอน): สนามบินเกาหลีจะระบุชัดบนป้ายและในประกาศของสนามบินอยู่แล้ว แนะนำให้เช็กในระบบของสนามบินปลายทาง (พิมพ์ชื่อเที่ยวบิน + วันที่) จะตรงสุด เพราะ terminal มีการสลับได้ตามการจัดการของสนามบิน 4) เรื่องบริการบนเครื่อง: ควรเตรียมอะไรไปเอง จากที่เราบินมา “ไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรี” แม้แต่น้ำเปล่าก็ไม่ได้แจก ดังนั้นควรพกขวดน้ำเปล่าไปเติมหลังผ่าน ตม./สแกนกระเป๋า หรือซื้อเครื่องดื่มติดขึ้นไปเอง รวมถึงขนมเล็กๆ เผื่อหิว โดยเฉพาะไฟลต์ดึกที่ร้านในสนามบินบางจุดปิดเร็ว 5) ที่นั่ง/พื้นที่วางขา เหมาะกับใคร ตัวเครื่องจะไม่ใหญ่มาก ที่นั่งแบบ 3-3 แต่เราว่าพื้นที่วางขา “พอใช้ได้” (ส่วนตัวสูงประมาณ 163 ซม. เข่าไม่ชนเบาะหน้า) ถ้าคิดจะนอนยาวๆ บนไฟลต์ดึก แนะนำพกหมอนรองคอ ที่อุดหู และเสื้อคลุม เพราะอากาศบนเครื่องอาจเย็น สรุปคือ ถ้าเป้าหมายคือหา “ตั๋วถูก” แล้วเอางบไปเที่ยว/ช้อปเพิ่ม Jeju Air ถือว่าตอบโจทย์มาก แต่ต้องทำการบ้านเรื่องเวลาเช็คอินและเตรียมของจำเป็นขึ้นเครื่องเอง จะเดินทางสบายขึ้นเยอะค่ะ

ค้นหา ·
รีวิวสายการบิน jeju air

4 ความคิดเห็น

รูปภาพของ CWS
CWS

แอบถามค่า กระเป๋าโหลดค่า สามารถแชร์นน.กันภายในบุคกิ้งได้ไหมคะ

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Miss.mor : มิสมอ
Miss.mor : มิสมอ

ว้าวๆๆ