Automatically translated.View original post

Sharing the experience of running away from home as a child

When I was a kid, who used to?# Run away from homeIs that right?

We thought a lot of kids had this idea.

At that time, we were in grade 5-6, I don't remember why I wanted to run away, but probably about parents who complained, liked to draw, sometimes like to quarrel until the bully arrived. That evening, we endured to collect clothes to cry, and left the house quietly to run away to Grandma's house.

I walked out of the house about 7: 00 p.m., very dark. I walked out to the front of each village, but there was no smart phone / Google maps, so I didn't know how to go. I didn't know what to call a taxi. It was expensive. The money in the jar was not enough. 😅

In summary, we walked around the guard, did not dare to ask anyone, walked back into the mother's house, went to see my mother, and I asked where I went out, and we said, went for a walk, and got up early in the morning to school as usual. 😂😂😂

But since then, our survival has grown higher because it's like thinking about going unprepared. Growing up before going out makes us always think about planning first.

# Love story # Family issues # Relationship narrative # Love experience

2/26 Edited to

... Read moreการหนีออกจากบ้านในวัยเด็กไม่ได้เป็นแค่การหนีปัญหาอย่างเดียว แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่สอนให้เราเห็นคุณค่าของครอบครัวและการเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด หลายคนอาจเคยมีความคิดที่จะหนีออกจากบ้าน เพราะความรู้สึกไม่พอใจหรือความขัดแย้งในครอบครัว เหมือนกับประสบการณ์ที่แชร์ว่าเป็นเด็ก ป.5-6 และมีปัญหากับพ่อแม่ที่ชอบตวาดหรือทะเลาะกัน แต่เมื่อออกไปแล้วถึงรู้ว่าตัวเองไม่พร้อม ไม่มีแผนทางเดินที่ชัดเจน ไม่รู้จะไปทางไหน ไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนช่วย และเงินก็ไม่พอใช้ นี่คือปัญหาที่เด็กคนหนึ่งจะต้องเผชิญจริง ๆ นอกจากนี้ การเดินวนอยู่แถวป้อมยามโดยไม่กล้าถามใคร ก็เป็นสัญญาณว่าการหนีออกจากบ้านไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และความกลัวที่จะหลงทางเป็นเรื่องจริงที่หลายคนเคยเจอ ซึ่งสุดท้ายแล้ววัยเด็กก็ต้องกลับเข้าบ้านเพื่อให้ปลอดภัย จากประสบการณ์นี้ยังแสดงให้เห็นว่า การหนีออกจากบ้านอาจทำให้เด็กมีทักษะการวางแผนมากขึ้นในภายหลัง เพราะเมื่อโตขึ้นจะรู้ว่าต้องเตรียมพร้อมอย่างไร วิ่งหาความช่วยเหลือหรือวางแผนเส้นทางก่อนออกไปไหนแต่ละครั้ง สุดท้าย การถกเถียงหรือความขัดแย้งในครอบครัวเป็นเรื่องธรรมดา แต่การพูดคุยและความเข้าใจจะช่วยลดความตึงเครียดในบ้าน การรับฟังความรู้สึกของเด็กสำคัญมาก เพราะบางทีการหนีออกจากบ้านก็เป็นสัญญาณที่บอกว่าพวกเขาต้องการความรักและความเอาใจใส่มากขึ้น หากใครกำลังเจอปัญหาแบบนี้หรือคิดจะหนีออกจากบ้าน ขอแนะนำให้ลองพูดคุยกับคนในครอบครัวหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ เพื่อให้ได้คำปรึกษาที่ถูกต้องและปลอดภัยมากกว่า เพราะสุดท้ายบ้านคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเรา