自動翻訳されています。元の投稿を表示する

子供の頃の結び目。私の母が瓶を好きだったとき、

家庭で経済的な問題がなく、準備ができて育った人々。

この投稿をスキップするにはクリックしてください

実際、私たちの家は適度です。両親はどちらも人間の給料ですが、お金が必要な問題があります。彼女は私たちと彼女を育てたお金を他の人に与えなければなりません。

実際には、家族に何も傷つけるものがなければ問題はありませんが、この問題は両親がしばしば口論する原因となります。母親が時々私たちの瓶を取りに忍び込むまで、十分なお金がありませんでしたが、彼はそれを取っていないと嘘をつきました(私たちは今、信頼を失いました)。

私たちは若い頃、毎日貯金するために少し食べることに同意したので、とても怒っていました。私たちは、部屋の友達のように銀行に貯金するお金が欲しかったのです。(私たちの部屋の友達、親が持っている+それを満たすことさえ)。私はいつもジグが好きだったので、自分自身の銀行口座を持ちたかったのです。または、最初にそれを使うお金がないと言ったかもしれません。しかし、私が大学にいたときに本当に自分自身の銀行口座を持っていたのは😅その口座を通じて授業料を支払わなければならなかったからです。

それは常に結び目でした。今日では、私たちは使うお金がないという習慣があります。時には、お金を貯めたいと思ったり、とても罪悪感を感じたりして、飢えたくなることがあります。高価なものにお金を使うと、3ー4年間働いた後に自分自身の幸せを買う勇気があります(支払いに十分なお金があることについて)。同時に、家にお金を返さなければなりません。疲れた、笑。でも、それをするためには我慢しなければなりません。

#子供の結び目 #過去の物語を語る #関係の物語 #家族の問題 #夏の投稿を受け取る

4/10 に編集しました

... もっと見るเรื่องการถูกแอบแคะกระปุกเงินเก็บของเด็กในครอบครัวที่มีปัญหาทางการเงิน เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เกิด "ปมในวัยเด็ก" ที่ฝังลึกในใจและส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้เงินในอนาคตอย่างไม่รู้ตัว ในฐานะคนที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาเอง รู้สึกว่า ความรู้สึกที่โดนคนในครอบครัวทักท้วง หรือนำเงินส่วนตัวเราไป โดยที่เราไม่ได้ยินยอมหรือไม่ถูกถามนั้น มันทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคงในเรื่องการเงินและความไว้ใจ รวมถึงทำให้เกิดนิสัยที่หวงแหนเงินเก็บจนเก็บกด หรือบางคนอาจมีอาการระแวงว่า "จะไม่มีเงินใช้" อย่างที่เจ้าของเรื่องนี้เล่า ช่วงเวลาที่ต้องอดข้าวหรือยอมกินน้อยเพื่อเก็บเงิน ใช่ค่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มันคือการแสดงออกของความรู้สึกที่อยากมีอิสระทางการเงินและอยากสร้างความมั่นคงให้ตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก สิ่งที่ช่วยได้คือการเรียนรู้ที่จะยอมรับอดีต และพยายามสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองในเรื่องการเงิน เช่น การมีบัญชีเงินฝากที่เป็นของตัวเองจริง ๆ การทำงบประมาณการใช้เงิน รวมถึงการตั้งเป้าหมายการเก็บเงินที่ชัดเจน เราจะได้รู้สึกว่าเงินที่เรามีและเก็บไว้คือของเราอย่างแท้จริง และไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแคะกระปุกอีก นอกจากนั้น การพูดคุยเปิดใจในครอบครัวอย่างตรงไปตรงมาถึงปัญหาทางการเงิน สามารถช่วยลดความขัดแย้ง และสร้างความเข้าใจกันมากขึ้น ทำให้ปมในใจค่อย ๆ หายไป หรือไม่หนักหนาเกินไป ท้ายที่สุด การทำงานหาเงินเองและมีรายได้ที่มั่นคง ทำให้เรารู้สึกว่ามีพลังในการจัดการเงินของตัวเอง และกลายเป็นการเยียวยาจิตใจในระดับหนึ่ง ที่ช่วยให้กล้าซื้อความสุขให้ตัวเองโดยไม่รู้สึกผิด สำหรับใครที่เจอประสบการณ์คล้าย ๆ กัน อยากให้ลองมองเป็นบทเรียนการเติบโตและโอกาสในการเรียนรู้ด้านการเงินและความสัมพันธ์ในครอบครัว พร้อมกับดูแลใจตัวเองด้วยความรักและเข้าใจนะคะ