สิ่งที่ภูมิใจที่สุดที่เกิดขึ้นในครึ่งปีนี้คือ

สิ่งที่ภูมิใจที่สุดในตอนนี้ที่อยากเล่าให้ทุกคนฟังคือเราได้กลับมา #รักตัวเอง แล้วค่ะ รักตัวเองแบบจริงๆ เพราะเราตัดสิ่งที่เราไม่โอเคออกหมดเลยยย

เราเป็นโรคครียดมาได้ปีกว่าแล้วค่ะเรื่องที่ทำงาน ไม่ใช่ว่างานยากหรืออะไรนะ ส่วนตัวยิ่งงานท้าทายเรายิ่งชอบค่ะ มันทำให้เราต้องหาคำตอบ แต่เราไม่ชอบบรรยากาศกับคนมากกว่า บรรยากาศที่ไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่ม บรรยากาศชวนอึดอัดอะไรประมาณนั้น

เราอดทนและพยายามปล่อยวาง อาจจะดีกว่าเมื่อก่อนแต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นขนาดนั้น มันทำให้เรารู้สึกจมๆ เหนื่อยๆ ที่แสดงออกมาชัดที่สุดคือสิวบนหน้า คือเห่อหนักมากเพราะฮอร์โมนแปรปรวน จากคนที่ไม่เคยมีสิวมาตลอด พอหน้าพังก็เลยรับไม่ได้ แล้วยังมีอะไรแย่ๆ อื่นๆ อีก เราไม่อยากปล่อยทิ้งตัวเองไปเฉยๆ จนอาจจะกลายเป็นซึมเศร้าได้

เลยทำให้เราต้องเปลี่ยนตัวเองค่ะ คือลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ไม่ชอบเอาซะเลยแต่มัน "ต้องทำ" อย่างการออกกำลังกาย

ตอนนี้ที่เราภูมิใจคือเราฝืนตัวเองจนชิน ออกกำลังกายต่อเนื่องทุกวัน วันละ 40 นาทีมาได้ 2 เดือนแล้ว แล้วเราดันได้อะไรจากมันเยอะมาก ทุกครั้งที่เครียดแล้วไปวิ่งให้เหงื่อไหล เราจะดีขึ้นทันที สมาธิดีขึ้น แถมหลับสบาย ที่สำคัญคือทำให้เราเป็นคนกล้าปฏิเสธมากขึ้น

ปกติเราจะเกรงใจคนที่ทำงาน มีกิจกรรมอะไรที่จำเป็นเราก็จะร่วม แต่ไม่สนุกนะ555 คือบางกิจกรรมเราจอย แต่บางกิจกรรมเราไม่ชอบจริงๆ มันเสียงดัง มันวุ่นวาย มันกินเวลาช่วงเย็น เราอยากกลับบ้านนน

แต่ล่าสุดเรากล้าปฏิเสธหัวหน้าไปตรงๆ ว่าไม่ร่วมนะ แล้วก็กดลาพักร้อนไปเลย (เพราะขอ wfh ไม่ได้) เอาจริงๆ สบายใจสุดๆ เลยอะที่ไม่ต้องไปทำกิจกรรม กลับบ้านมาทำอย่างอื่นที่ดีกับ #สุขภาพใจ ของเราดีกว่า

เราคิดว่าช่วงที่ผ่านมาเราใจเด็ดมากขึ้น คิดถึงตัวเองมากขึ้น แคร์คนอื่น (ที่เขาแคร์เรารึเปล่าก็ไม่รู้) น้อยลง เลือกทำดีให้ถูกคนมากขึ้น มีวินัยมากกว่าเดิมไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง เราว่าเรากำลังจะดีขึ้นค่ะทุกคน

#รีวิวครึ่งปี #พัฒนาตัวเอง #ออกกําลังกาย

6/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงหนึ่งของชีวิตที่ต้องเผชิญกับความเครียดสะสมจากบรรยากาศการทำงานที่ไม่เหมาะสมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต เช่นการเป็นสิวและอารมณ์ซึมเศร้า การรู้จักรักตัวเอง คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการฟื้นฟูตัวเองกลับมาอีกครั้ง การออกกำลังกายที่ต่อเนื่องวันละ 40 นาที เป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตในทางที่ดีขึ้นมาก แม้ในตอนแรกจะดูเป็นภาระที่ต้องฝืนทำ แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่ช่วยลดความเครียด ปรับสมาธิให้ดีขึ้น และยังส่งผลให้หลับง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังเพิ่มความมั่นใจในการปฏิเสธกิจกรรมที่ไม่จำเป็นหรือไม่ชอบซึ่งแต่ก่อนอาจทำให้รู้สึกอึดอัดใจ สิ่งที่เรียนรู้จากความเปลี่ยนแปลงนี้คือการตั้งขอบเขตให้ชีวิต วินัยและการเลือกสิ่งที่ดีต่อใจเราเอง สิ่งนี้เป็นวิธีดูแลสุขภาพใจที่แท้จริง นอกจากการทำงานให้มีประสิทธิภาพแล้ว การมอบเวลาสำหรับตัวเองและพักผ่อนอย่างมีคุณภาพก็ช่วยสร้างสมดุลชีวิตได้ นอกจากนี้แล้วการยอมรับความรู้สึกของตัวเองโดยไม่รู้สึกผิดหรือแคร์ความคิดเห็นของคนที่ไม่ได้ใส่ใจจริงๆ ทำให้เราเป็นอิสระทางความคิดมากขึ้นและพร้อมรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น การเลือกใช้ชีวิตในแบบที่เหมาะกับตัวเองคือกุญแจสำคัญของความสุขในวันนี้ หากคุณกำลังเจอความเครียดหรือรู้สึกเหนื่อยล้าจากภาระงาน ลองเปิดใจให้กับการรักตัวเองและการออกกำลังกายเป็นประจำดูนะคะ มันไม่ใช่แค่การดูแลร่างกายเท่านั้น แต่คือการฟื้นฟูใจให้กลับมามีพลัง พร้อมสู่วันที่สดใสและมีความสุขมากขึ้นจริงๆ