หมอพัฒนาการยืนยัน! 'EF' คือตัวกำหนดความสำเร็จในอนาคต ทักษะสำคัญที่ช่วยให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและมีควา

ในยุคที่โลกหมุนไวและเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด โจทย์สำคัญของคุณแม่ คือจะสร้างลูกอย่างไรให้เขามีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า ท่ามกลางนิยามของความสำเร็จที่เปลี่ยนไปในทุกวันนี้ เพราะใบเบิกทางสู่ความสำเร็จไม่ใช่แค่ ‘เรียนเก่ง’ หรือมี ‘IQ สูง’ เพียงอย่างเดียว แต่คุณแม่ยุคใหม่ตระหนักดีว่า หัวใจสำคัญคือการช่วยให้ลูกสามารถ ปลดล็อกและส่งเสริมศักยภาพในตัวเอง เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จในแบบที่เขาเป็น และที่สำคัญที่สุดคือต้อง ‘ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข’ ได้ด้วยตัวเอง

หากคุณแม่ยังนึกภาพไม่ออกว่าเด็กที่มี ‘EF’ (Executive Functions) หรือ ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จในอนาคต จะทำหน้าที่สั่งการชีวิตนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร? ลองดูตัวอย่าง น้องเกล แอบิเกล ที่กลายเป็นขวัญใจมหาชน ไม่ใช่แค่เพราะความน่ารัก แต่คือความเก่งเกินวัย ทำงานได้เป็นมืออาชีพ แม้จะมีอายุเพียง 4 ขวบ

สมองจำดี: จำบท จำบรีฟได้แม่นยำ ท่ามกลางตารางงานที่อัดแน่น

คิดยืดหยุ่น: ปรับตัวเข้ากับอีเว้นท์และผู้คนได้เก่ง ยิ้มแย้มได้ตลอด

ยั้งคิดไตร่ตรอง: รู้จักหน้าที่ ทำงานให้เสร็จก่อนไปเล่น ซึ่งเป็นทักษะที่เด็กวัยนี้ทำได้ยากหากไม่มี EF ที่สตรอง

เบื้องหลังความเก่งและความรับผิดชอบแบบ ‘มืออาชีพ’ ของน้องเกลนั้น คือ การได้รับการพัฒนาทักษะ EF มาอย่างดี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยระดับโลกยืนยันแล้วว่า ทักษะนี้คือ ทักษะเพื่อความสำเร็จ’ อย่างแท้จริง และเป็นแต้มต่อสำคัญที่ลูกควรมีควบคู่ไปกับ IQ และ EQ ที่สำคัญการเลือกโภชนาการคุณภาพที่มีสารอาหารอย่าง MFGM ซึ่งมีงานวิจัยรองรับว่าช่วยเพิ่มระดับ IQ และEF ได้จริง

ทักษะ EF รากฐานสำคัญสู่ความสำเร็จที่แม่สร้างได้

เจาะลึก 3 ทักษะ EF รากฐานสำคัญสู่ความสำเร็จที่แม่สร้างได้

การที่เด็กคนหนึ่งจะก้าวไปสู่ความสำเร็จในแบบของตัวเองได้นั้น หมอพัฒนาการเด็กระบุว่าสมองส่วนหน้าต้องได้รับการฝึกฝนทักษะพื้นฐาน 3 ด้าน หรือ EF Skills ดังนี้ค่ะ

สมองจำดี (Working Memory) ไม่ใช่แค่การท่องจำเก่ง แต่

คือความสามารถในการ “ดึงข้อมูลมาใช้ได้ถูกจังหวะ” เด็กที่มีทักษะนี้ดีจะสามารถลำดับขั้นตอนการทำงานได้แม่นยำ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้เร็ว

ความคิดยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) – กุญแจสู่การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์: ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ทักษะนี้สำคัญมากค่ะ เพราะช่วยให้ลูก “ปรับตัวเก่งและล้มแล้วลุกไว” เมื่อเจออุปสรรคเขาจะไม่จมกับความผิดหวัง แต่จะรู้จักมองหาทางเลือกใหม่ๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ทักษะนี้เองที่จะปลดล็อกให้ลูกกล้าลองผิดลองถูก จนเจอเส้นทางความสำเร็จในแบบที่เขาเป็น

ยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) – พลังแห่งการควบคุมตนเอง: ทักษะที่ช่วยให้ลูกรู้จัก “รอคอยและยับยั้งชั่งใจ” สามารถควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รู้จักแบ่งเวลาว่าตอนไหนควรเล่น ตอนไหนคือหน้าที่ เด็กที่มีทักษะนี้จะสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดี

MFGM ในนมแม่

ถอดรหัสความสำเร็จระดับโลก เมื่อ EF สตรอง…อะไรก็เป็นไปได้

ความสำเร็จระดับสากลเองก็ยืนยันในสิ่งเดียวกันค่ะ เพราะทักษะ EF คือ ‘อาวุธลับ’ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเหล่าไอดอลระดับโลกที่คุณแม่หลายคนชื่นชม ซึ่งแต่ละคนต่างใช้ต้นทุน EF ที่แข็งแรงเป็นจุดแข็งในการก้าวข้ามขีดจำกัด จนประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในแบบของตัวเอง

Eileen Gu (ไอรีน กู): นางฟ้าหิมะเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกและนางแบบระดับโลก สิ่งที่ทำให้คนทึ่งไม่ใช่แค่ความเก่ง แต่คือความนิ่งสงบเมื่อต้องเจอคำถามท้าทายจากนักข่าว เธอแสดงให้เห็นถึงทักษะ การยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) ที่ยอดเยี่ยม และมี ความคิดยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) ในการเลือกคำตอบที่ชาญฉลาดและเหมาะสมที่สุดในเสี้ยววินาที

Alysa Liu (อลิซา หลิว): นักไอซ์สเกตทีมชาติสหรัฐฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะ เธอมี ความจำที่ดี (Working Memory) และมีสมาธิจดจ่อสูงมากในสิ่งที่ทำ นอกจากนี้ยังมี ความคิดยืดหยุ่น ในการปรับท่าทางและพัฒนาสไตล์การเล่นสเกตของตัวเองอยู่เสมอ จนเกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้โชว์ของเธอโดดเด่นกว่าใครบนลานน้ำแข็ง

EJAE (อิแจ): ศิลปินและโปรดิวเซอร์มากความสามารถ เบื้องหลังความสำเร็จของเขาคือทักษะ การยั้งคิดไตร่ตรองและความคิดยืดหยุ่น ที่แข็งแกร่งมาก แม้ในอดีตจะเคยถูกค่ายเพลงปฏิเสธ แต่เขาสามารถปรับตัวยอมรับความล้มเหลวได้ทันที และดึงความล้มเหลวนั้นมาเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเองจนประสบความสำเร็จในระดับสากล

สะท้อนให้เห็นว่า EF คือแต้มต่อสำคัญ ที่ช่วยให้เด็กๆ ปลดล็อกศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะต้องเจอกับแรงกดดันหรือความท้าทายอยู่ในบทบาทไหนก็ตามค่ะ

รศ. นพ.เทอดพงศ์ ทองศรีราช

ความสำเร็จที่สร้างได้: 2 กุญแจสำคัญในการปั้น EF ให้ลูกรัก

เมื่อทราบแล้วว่า EF คือ ทักษะเพื่อความสำเร็จในอนาคต คำถามต่อมาคือเราจะสร้างทักษะนี้ให้ลูกได้อย่างไร?

รศ. นพ.เทอดพงศ์ ทองศรีราช กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและนวัตกรรมการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันว่า EFเป็นทักษะที่สร้างได้จาก 2 ปัจจัยหลัก คือ “การเลี้ยงดู” และ “โภชนาการ”

1. การเลี้ยงดูด้วย ‘Growth Mindset’ และการสนับสนุนที่เหมาะสม:พ่อแม่ที่มี Growth Mindset คือคนที่รู้จักมองความท้าทายเป็นโอกาส มองความผิดพลาดเป็นช่องทางให้เด็กได้เรียนรู้และพัฒนา พ่อแม่บางคนอาจไม่ปล่อยให้ลูกแก้ปัญหาเองเลย หรือบางครั้งปล่อยปละละเลยมากเกินไป ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อการพัฒนา EF ดังนั้น การมี Growth Mindset ภายใต้การสนับสนุนที่เหมาะสม จึงเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดที่คุณแม่จะสร้าง EF ให้ลูกได้

2. โภชนาการที่เหมาะสม…เพื่อสมองพัฒนาเต็มศักยภาพ:นอกจากการฝึกฝนจากภายนอกแล้ว การเตรียม “โครงสร้างสมอง” จากภายในก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ โดยเฉพาะการได้รับสารอาหารหนึ่งเดียวที่มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยเพิ่มระดับ IQ และ EF ให้สูงขึ้นได้จริงอย่าง MFGM

และคุณหมอยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของทักษะ EF ว่าสมัยก่อนเราเชื่อว่า IQ เป็นตัวชีวัดความสำเร็จ แต่ปัจจุบัน EF คือทักษะที่ทำนายความสำเร็จในอนาคตของเด็กได้ดีกว่า เพราะเด็กจะสามารถควบคุมตัวเองได้ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ ปรับตัวได้ และรู้จักหน้าที่ของตัวเอง

ทำความรู้จัก MFGM (Milk Fat Globule Membrane)

MFGM (Milk Fat Globule Membrane) คือเยื่อหุ้มอนุภาคไขมันในน้ำนมแม่ ซึ่งเป็นโครงสร้างทางธรรมชาติที่ซับซ้อน ประกอบไปด้วยไขมันและโปรตีนสำคัญกว่า 150 ชนิด เช่น แอลฟา-แลคตาบูมิน สฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด และแกงกลิโอไซด์ สารอาหารกลุ่มนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้พลังงานนะคะ แต่เป็นวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการสร้างเซลล์สมองและการสร้าง “ปลอกไมอีลิน” โดยตรง ซึ่งปลอกไมอีลินนี้เองที่ช่วยให้การส่งสัญญาณประสาทรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้สมองประมวลผลได้ไวและทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

มีผลการวิจัยยืนยันชัดเจนว่า เด็กที่ได้รับสารอาหารสำคัญที่มีในนมแม่อย่าง MFGM เมื่อวัดผลในช่วงวัยเข้าเรียน จะมีพัฒนาการที่โดดเด่นกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ระดับ IQ สูงกว่าถึง +3.4 พอยท์

ระดับ EF สูงกว่าถึง +6.9 พอยท์

นี่จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า เมื่อ “โครงสร้างสมองดี” ลูกก็จะมีความพร้อมในการเรียนรู้ ปรับตัวเก่ง และควบคุมตัวเองได้ดีกว่า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะปลดล็อกทุกความสำเร็จในอนาคตค่ะ

เพราะกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าในแบบของตัวเอง เริ่มต้นจากการวางรากฐานที่แข็งแรงตั้งแต่วันนี้ โดยเฉพาะในช่วง 5 ขวบปีแรก คุณแม่สามารถเริ่มต้นสร้างอนาคตที่ลูกเลือกเองได้ ผ่านการเลี้ยงดูที่เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้ และที่สำคัญคือการเติมเต็ม “พัฒนาการสมอง” ด้วยโภชนาการที่เหมาะสมอย่าง MFGM สารอาหารสำคัญที่มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยเสริมสร้างทักษะ EF และ IQ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อลูกมีทั้งทักษะที่ได้รับการฝึกฝน และสมองที่ได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ เขาก็จะเติบโตไปเป็นเด็ก ที่มีความมั่นใจ พร้อมปลดล็อกทุกศักยภาพเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จและความสุขที่ยั่งยืนในอนาคตค่ะ

ที่มา theAsianparent

4/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการเลี้ยงลูกเล็ก ผมพิสูจน์แล้วว่าการส่งเสริมทักษะ EF หรือ Executive Functions ในเด็กนั้นมีผลอย่างมากต่อการเติบโตและการเรียนรู้ของลูก EF ประกอบด้วยทักษะหลักๆ อย่าง Working Memory (สมองจำดี), Cognitive Flexibility (ความคิดยืดหยุ่น) และ Inhibitory Control (ยั้งคิดไตร่ตรอง) โดยทักษะเหล่านี้ช่วยให้เด็กมีความสามารถในการจัดการความคิดและอารมณ์ รวมถึงแก้ปัญหาได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ ในชีวิตจริงของผม พบว่าเมื่อสนับสนุนลูกด้วยการมี Growth Mindset คือการมองความล้มเหลวเป็นบทเรียนและเป็นโอกาสในการพัฒนา ลูกจะกล้าเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น ไม่กลัวผิดพลาดและเรียนรู้ได้รวดเร็วขึ้น ผลลัพธ์คือเขาสามารถวางแผนการทำงาน จัดลำดับความสำคัญ และรู้จักรอเวลาที่เหมาะสมก่อนลงมือทำได้ดี อีกสิ่งสำคัญที่เราใส่ใจคือโภชนาการที่เหมาะสม โดยเฉพาะสารอาหารสำคัญอย่าง MFGM ในนมแม่ ที่มีงานวิจัยยืนยันว่าส่งเสริมการพัฒนาสมองจริงๆ เนื่องจาก MFGM ช่วยสร้างปลอกไมอีลินซึ่งทำให้กระแสประสาทในสมองเดินทางได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอนลูกทานนมแม่ผสมที่มีสาร MFGM เราจะเห็นชัดเจนว่าเขามีพัฒนาการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ EF ดีขึ้น ทั้งในการจดจำและปรับตัวต่อสถานการณ์ต่างๆ ทักษะ EF ยังเป็นพื้นฐานสำคัญที่หล่อหลอมความสำเร็จและความสุขระยะยาวให้กับเด็ก หากพ่อแม่เริ่มต้นสนับสนุนตั้งแต่ 5 ปีแรกจะเห็นผลดีชัดเจน เพราะช่วงนี้สมองมีความยืดหยุ่นสูงและพร้อมรับการพัฒนา อย่างไรก็ดี การส่งเสริมของพ่อแม่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมด้วย เพื่อไม่ให้ลูกเกิดความเครียดหรือรู้สึกกดดัน สุดท้ายแล้ว EF ไม่ใช่แค่ทักษะทางสมองอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้ลูกใช้ชีวิตอย่างสมดุล มีความมั่นใจ สามารถจัดการกับแรงกดดัน และรู้จักนำตัวเองไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้จริง ผมเองแนะนำคุณแม่และพ่อแม่ทุกคนให้เปิดโอกาสและสนับสนุนลูกฝึกฝนทักษะนี้พร้อมกับดูแลโภชนาการควบคู่ไปด้วย เพราะนี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของลูกจริงๆ