วันนี้วันเกิดภาคินัย...ที่เขาไม่อยู่แล้ว

ดีใจที่แอมป์เกิดมาเป็นลูกแม่

พี่แอมป์เกิดเมื่อวันที่1สิงหาคมที่จังหวัดสุโขทัย ตอนนั้นคุณพ่อ รับราชการเป็นนักวิชาการกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณแม่เป็นอาจารย์สอนหนังสือโรงเรียนมัธยมศึกษา

แอมป์เป็นลูกคนแรกของครอบครัวและเป็นหลานคนแรกของทางฝั่งแม่ คุณยายกับน้าๆรักและช่วยกันเลี้ยงแอมป์มายามที่แม่ต้องไปทำงาน

แอมป์เกิดมาก็เห็นเด่นชัดคือมีลักยิ้มชัดเจนทั้งสองข้าง ช่วงวัยเด็กอนุบาลแอมป์อยู่ที่จังหวัดสุโขทัย

จนคุณพ่อ ได้ไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าโครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง

อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ครอบครัวเราจึงย้ายไปเพชรบุรี

ในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แอมป์ต้องกลับไปเรียนที่สุโขทัย เพราะคุณพ่อต้องย้ายไปเป็นสหกรณ์จังหวัดสมุทรสงคราม เราคิดว่าการทำงานของพ่อต้องเปลี่ยนที่บ่อยไม่น่าจะเป็นผลดีต่อการเรียนเพื่อเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งแรกๆแอมป์ไม่อยากจากครอบครัวมีน้ำตาจนแม่เกือบเปลี่ยนใจ

แต่ภายหลังแอมป์ก็รักโรงเรียนมัธยม

สวรรอนันตวิทยาของเขามาก เขาได้พบเพื่อนดีๆมีความสุขกับการเรียน คุณครูให้โอกาสในการเรียนรู้และการทำกิจกรรมของเขา

ในที่สุดของการเรียน เขาเลือกมาเรียนม.รามคำแหงกับเพื่อนๆในกลุ่มหลายคน แอมป์เลือกเรียนคณะมนุษยศาสตร์ สื่อสารมวลชนตามความชอบ

เรียนได้ดีจบได้เร็ว

ในช่วงที่เรียนจบแล้ว คุณพ่อย้ายมากทม ต่อมาดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ .แอมป์ก็มาอยู่กับพ่อ ที่บ้านซอยเรวดี จนต่อมาแอมป์ซื้อบ้านของตัวเองที่ม.โฮมเพลส บางใหญ่ อย่างภาคภูมิ

ในช่วงตั้งแต่เรียนจบ แอมป์ทำการเป็นนักล่าฝัน

ฝ่าฟันด้วยตัวเอง

แม่เห็นลูกยังไม่ได้ทำอะไรแน่ชัด ก็เลยส่งเรื่องการอบรมคนเขียนบทละครมาให้บอกแอมป์ว่า ไปลองเรียนรู้ดู

ซึ่งแอมป์ก็ไป และ การไปครั้งนั้นทำให้เขาได้รู้จักเพื่อนเพื่อน รู้จักงานในแวดวงเขียนบท ซึ่งในตอนนั้นเขาไม่ได้เล่ารายละเอียดใดๆ เหมือน จะทำให้เป็นชิ้นเป็นอันด้วยตัวฉันเองก่อน จึงจะบอกเล่า

พ่อบอก เช้าแอมป์ก็ออกไป เย็นค่ำก็กลับบ้าน …จะไปต่อสู้อะไรใดๆเขาก็ไม่บอกเล่า เราก็ให้อิสระต่อกัน

จนเขาบอกว่าได้ทำงานเป็นทีมเขียนบทกับเรดดราม่า ค่ายอาร์เอส

ซึ่งเขาก็ได้เล่าเรื่องราวให้ทุกคนได้รับทราบมาแล้ว

หนทางกว่าจะมาเป็นนักเขียนนวนิยายชื่อภาคินัยก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ก็นับว่า เป็นขั้นตอนที่งดงามที่ภาคินัยก้าวผ่านมาอย่างคุ้มค่าในชีวิตเขา

...ถึงเขาจะจากไปแล้วไม่ได้อยู่รับคำอวยพรจากใคร

แต่คำอวยพรจากคนที่รักเขาก็จะตามไปส่งมอบความรักให้เขาไม่ว่าเขาจะอยู่ฟากฟ้าใด

#ภาคินัย

#นักเขียน

#แม่เอ๊ะmtbb

8/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมวันเกิดของภาคินัยในทุกปีเป็นวันที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันลึกซึ้ง ถึงแม้เขาจะไม่ได้อยู่กับครอบครัวแล้ว แต่เรื่องราวชีวิตและการเดินทางของเขายังเป็นแรงบันดาลใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ได้รู้จัก ภาคินัยเป็นบุคคลที่ใครหลายคนได้เห็นถึงความพยายามและความมุ่งมั่นตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก และในฐานะลูกชายคนแรกของครอบครัวที่ต้องย้ายที่อยู่อาศัยบ่อยครั้งตามหน้าที่ของคุณพ่อ ความไม่แน่นอนในชีวิตแต่ละช่วงวัยก็ไม่ได้ทำให้เขาท้อแท้ แต่กลับกลายเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเรียนรู้และเติบโต จากช่วงวัยอนุบาลในสุโขทัย เขาย้ายมาเรียนต่อที่เพชรบุรีและกลับไปเรียนมัธยมที่สุโขทัย ซึ่งแม้ตอนแรกเขาจะรู้สึกเหงาและคิดถึงครอบครัว แต่ในโรงเรียนสวรรอนันตวิทยาเขาก็ได้พบเพื่อนและครูที่ให้โอกาสทำกิจกรรมต่างๆ สร้างความสุขและแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ ภาคินัยเลือกเรียนคณะมนุษยศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงตามความชอบส่วนตัว มีความตั้งใจจริงในการเรียนจนสำเร็จการศึกษาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเขาเริ่มเส้นทางการเป็นนักล่าฝันในวงการเขียนบทละคร ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้เป็นแม่จึงสนับสนุนให้เขาไปอบรมการเขียนบท เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รู้จักเพื่อนร่วมงานและเข้าใจโลกของงานเขียนมากขึ้น แม้เส้นทางการเป็นนักเขียนนวนิยายภาคินัยจะไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ความอดทนและแรงฝันของเขาทำให้เดินก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างงดงาม คุณพ่อคุณแม่และครอบครัวยังคงส่งความรักและคำอวยพรถึงเขา แม้จะจากไปแล้วก็ตาม ความรักและความทรงจำนี้ยังคงอยู่ในใจของทุกคนที่รักและระลึกถึงภาคินัยเสมอ จากประสบการณ์นี้ เราจะเห็นได้ว่าความรักของครอบครัวและการสนับสนุนกันนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คนที่เรารักมีแรงก้าวเดินต่อไป แม้ในวันที่ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงและปัญหาต่างๆ ก็ตาม ภาคินัยเป็นตัวอย่างของการมีพลังใจและความมุ่งมั่น ที่คนรุ่นใหม่หรือใครก็ตามที่ฝันอยากเป็นนักเขียนสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างดี