ก่อนเก็บภาษีควรแก้ปัญหาคอรัปชั่นควบคู่ไปด้วยไหม?✨
ก่อนจะทำ Negative income tax ดึงแรงงานอีก 40 ล้านเข้าระบบหาเงินเข้าคลัง ควรปราบคอรับชั่นไปด้วยไหม เพราะ ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) 2568 ไทยได้คะแนน 33 จาก 100 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 116 จาก 180 ประเทศทั่วโลก #NegativeIncomeTax #ภาษี #คอรัปชั่น
ในฐานะที่ผมเคยติดตามประเด็นเรื่องการเก็บภาษีและการจัดการปัญหาคอรัปชั่นในประเทศไทย ผมมองว่าการจะผลักดันนโยบาย Negative income tax ให้ได้ผลดีนั้น จำเป็นต้องควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตด้วย เพราะหากระบบภาษียังเต็มไปด้วยช่องโหว่คอรัปชั่น การเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้นก็อาจไม่ได้ช่วยสร้างรายได้เข้ารัฐอย่างแท้จริง ประเทศไทยได้รับคะแนน CPI เพียง 33 จาก 100 คะแนนในปี 2568 ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาคอรัปชั่นยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุนจึงเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งนี้ หากรัฐสามารถเพิ่มความโปร่งใสทำให้ประชาชนมั่นใจว่าการเสียภาษีของเขาจะนำไปใช้ปรับปรุงคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง ก็จะช่วยดึงแรงงานอีก 40 ล้านคนเข้าสู่ระบบภาษีได้มากขึ้นตามเป้าหมาย ในประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นความพยายามในการป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่นในหลายองค์กรภาครัฐแต่ก็ยังต้องเพิ่มการจัดการระบบตรวจสอบและลงโทษที่เข้มงวดมากขึ้น พร้อมกับการให้ความรู้และส่งเสริมจริยธรรมในการทำงานแก่เจ้าหน้าที่ การทำงานเชิงรุกในเรื่องนี้ เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยตรวจสอบทางการเงิน และเปิดช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม เป็นอีกทางเลือกที่น่าจะช่วยลดปัญหาได้ ดังนั้น การออกแบบนโยบายภาษีใหม่อย่าง Negative income tax ควรพิจารณาร่วมกับมาตรการป้องกันคอรัปชั่นอย่างจริงจัง เพื่อสร้างระบบภาษีที่โปร่งใส เป็นธรรม และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต















