Psychology of Money Use Part 1 | Know It Before It's Too Late!!
Many times, money is lost not because of too little income, but because of the "psychology" behind our decisions.
If you've ever bought something on sale or bought it because you want to reward yourself, you're not the only one.
Save this post and wait for Part 2.
# Psychology on money # Financial psychology # Financial habits # Financial issues # BoomBalance
จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าหลายครั้งที่เงินหมดไปโดยไม่รู้ตัวนั้นไม่ได้มาจากรายได้ที่น้อย แต่เพราะจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมการใช้เงินของเราเอง เช่น การที่สมองได้รับ Dopamine จากการซื้อของ ทำให้รู้สึกดีชั่วคราวและอยากซื้อซ้ำอีก ซึ่งเป็นรูปแบบของ Instant Gratification ที่ทำให้เรามองข้ามผลกระทบในระยะยาว นอกจากนี้ การตกหลุมพรางของ Anchoring Effect ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เช่น เมื่อเราเห็นสินค้าชิ้นแรกที่ราคา 5,000 บาท แล้วสินค้าอีกชิ้นราคา 2,990 บาทดูเหมือนว่าจะถูก แต่จริงๆ แล้วอาจไม่จำเป็น หรือไม่คุ้มค่าเท่าที่คิด อีกหนึ่งจิตวิทยาที่ผมเผชิญคือ Fear Of Missing Out ที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อของเพียงเพราะกลัวพลาดโปรโมชัน ทั้งที่ไม่ได้วางแผนรับมือกับการเงินอย่างรอบคอบ การรู้จัก Mental Accounting ก็ช่วยให้เข้าใจว่าบางครั้งเราแยกเงินโบนัสกับเงินเดือนออกจากกันและใช้จ่ายแตกต่างกัน ทั้งที่เงินทั้งหมดควรจะถูกจัดการร่วมกัน เพื่อวางแผนการใช้ที่มีประสิทธิภาพ การนำความรู้เรื่องจิตวิทยาเหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน ผมได้เรียนรู้ว่าการมีสติและวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ ช่วยลดปัญหาเงินรั่วไหลได้อย่างมาก โดยไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใช้เงินเพื่อความสุข แต่ควรใช้เงินอย่างมีสติและตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การติดตามบทความต่อไปอย่าง Part 2 จะช่วยให้เราได้เรียนรู้วิธีการประยุกต์ใช้อย่างลงลึกและเป็นรูปธรรมมากขึ้น หากผู้อ่านสามารถเข้าใจจิตวิทยาที่มีผลต่อการใช้เงิน และฝึกฝนตนเองให้ตัดสินใจอย่างมีสติ จะช่วยเพิ่มพูนความมั่นคงทางการเงินและลดความเครียดที่เกิดจากปัญหาการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ







