3เหตุผลที่คนเลิกพัฒนาตัวเอง

Life Messages : Talk

3เหตุผลที่คนเลิกพัฒนาตัวเอง

"เคยเป็นไหมครับ? ต้นปีฮึดมากๆ ซื้อหนังสือมาดอง สมัครฟิตเนส จองคอร์สเรียนออนไลน์... แต่ผ่านไปเดือนเดียว ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม"

​เหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลิกพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่เพราะพวกเขา 'ขี้เกียจ' หรอกครับ แต่เป็นเพราะ 3 สิ่งนี้ต่างหาก

​ข้อแรกคือ 'เราอยากเห็นผลลัพธ์เร็วเกินไป' ยุคนี้เราชินกับอะไรที่กดปุ๊บได้ปั๊บ สั่งอาหารสิบนาทีก็ได้กิน อยากดูอะไรก็ได้ดูเลยโดยไม่ต้องรอ แต่การพัฒนาตัวเองมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นครับ การที่คุณวิ่งวันเดียวแล้วหวังจะให้ผอมเลย หรืออ่านหนังสือเล่มเดียวหวังจะให้ฉลาดขึ้นทันที มันเป็นไปไม่ได้ครับ เมื่อคุณหวังผลลัพธ์ที่เร็วเกินไปพอทำไปอาทิตย์หนึ่งแล้วรู้สึกว่าชีวิตยังเหมือนเดิม สมองมันเลยบอกให้เรา 'เลิกทำ' เพราะรู้สึกว่าไม่คุ้มเหนื่อยครับ

​ข้อสองคือ 'เราตั้งเป้าใหญ่เกินไปจนชีวิตล้า' จากคนไม่ออกกำลังกายเลย แล้วจะไปยิมทุกวัน วันละสองสามชั่วโมง... สุดท้ายร่างกายมันรับไม่ไหวครับ เราก็จะเกิดความเครียด แล้วก็จะเข็ดจนไม่อยากทำอีก

​และข้อสุดท้ายคือ 'เราทำเพราะคนอื่นบอกให้ทำ' ไม่ใช่เพราะเราอยากทำจริงๆ แต่เราเห็นคนในโซเชียลทำสำเร็จเลยอยากทำตามบ้าง แต่พอไม่ได้มีแพสชันจากข้างในจริงๆอ่ะครับ แป๊บเดียวไฟมันก็มอดครับ

​ถ้าอยากพัฒนาตัวเองแบบไม่ล้มเลิก ลองลดขนาดเป้าหมายให้เล็กลงดูครับ เช่น อ่านหนังสือวันละ 2 หน้า หรือวิดพื้นวันละ 5 ทีก็พอ ทำง่ายๆแต่ทำทุกวัน อันนี้สำคัญกว่านะครับ ไม่ต้องเปลี่ยนชีวิตในชั่วข้ามคืน แค่ดีขึ้นวันละ 1% ก็พอ

​จำไว้นะครับ... คนที่สำเร็จไม่ใช่คนที่เดินเร็วที่สุด แต่คือคนที่ 'ไม่หยุดเดิน' ต่างหากครับ"

#Lifemessages #พัฒนาตัวเอง #รักตัวเอง #เครื่องมือใช้ชีวิต #เปลี่ยนตัวเอง

5/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของคนที่เคยพยายามพัฒนาตัวเองหลายครั้ง เหตุผลทั้ง 3 ข้อที่ถูกกล่าวถึงในบทความนี้ ถือเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดจริงๆ ผมเองก็เคยมีช่วงเวลาที่ยิ่งพยายามมาก ยิ่งรู้สึกท้อแท้เพราะตั้งเป้าหมายใหญ่เกินไป ยกตัวอย่างเช่น ตั้งใจจะออกกำลังกายทุกวัน 2-3 ชั่วโมง ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่กินแรงมากเกินไป จนในที่สุดก็ต้องหยุดไปกลางคัน การเรียนรู้ที่จะลดขนาดเป้าหมายให้เล็กลง เช่น ทำแค่วันละ 5 นาที เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผมสร้างนิสัยที่ยั่งยืนขึ้น นอกจากนี้ ความอดทนกับการพัฒนาตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญมาก ในยุคสมัยที่ทุกอย่างดูเป็นการได้มาง่ายและรวดเร็ว คนเราจึงเผลอคาดหวังผลลัพธ์เร็วเกินกว่าความจริง เช่น การอ่านหนังสือหนึ่งเล่มแล้วคิดว่าจะมีความรู้ทันที หรือการออกกำลังกายวันเดียวอยากเห็นผลเปลี่ยนแปลงทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก จำเป็นต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ อีกหนึ่งปัญหาที่พบคือ การทำสิ่งต่างๆ ด้วยแรงจูงใจจากภายนอก เช่น เห็นคนอื่นประสบความสำเร็จในโซเชียลมีเดียแล้วอยากเลียนแบบแต่ไม่มีความปรารถนาภายในจริง ทำให้ไฟในการเปลี่ยนแปลงมอดง่าย ดังนั้น การหาสิ่งที่ชอบจริงๆ และตั้งใจทำเพื่อตัวเอง จะช่วยกระตุ้นความมุ่งมั่นและทำให้ไม่เลิกกลางทาง สุดท้าย การพัฒนาตัวเองเหมือนการเดินทางไกลที่ต้องใช้ความอดทนและความสม่ำเสมอ ความสำเร็จไม่ได้วัดที่ความเร็ว แต่คือความไม่หยุดเดิน และการพัฒนาทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและความสุขในระยะยาวครับ