scent studio น้ำหอมแบรนด์ไทย 👀
เกริ่นก่อนว่าปกติเราใช้น้ำหอมแบรนด์เนมมาตลอด ( 😔 )
พึ่งมีโอกาสได้ลองใช้ของบ้าน scent studio จะบอกว่าถูกใจมากกกกกก ก. มาค่ะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า!
น้ำหอมกลิ่นแรกพลาดไม่ได้เลย
เปิดมาด้วยกลิ่นของชาเขียวที่กระแทกหน้าในตอนแรก แต่ผ่านไปสักพัก กลิ่นบางลงให้ความรู้สึกที่ละมุนและผ่อนคลาย แอบให้ความสุภาพบ้างในบางมุม เป็น must have ที่ต้องมี
⭐️ no. 3 rosé rose
กลิ่นนี้สายกุหลาบห้ามพลาดค่ะ โทนฟลอรัล เป็นกุหลาบที่ดูโตแต่ไม่แก่ ให้อารมณ์ Feminine มีความอ่อนโยนและอบอุ่น ตบท้ายด้วยกลิ่น white musk และ vanilla น้องๆวัยเรียนใช้ได้
⭐️ no.7 everose & wildflower
ตัวฮิตอีกตัวขาดไม่ได้เลย โทน fruity floral ใครสาย wild berry เป็นอีกตัวที่ควรลอง ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ที่สวนดอกไม้ ให้ลุคที่ดูมั่นใจ มีความเซ็กซี่ติดเล่นนิดๆ มีกลิ่นกุหลาบแซมๆแต่จะเป็นกุหลาบที่ดูโตกว่า rosé rose นิดนึงค่ะ เหมาะกับการไปเดทสุดๆ
⭐️ no.14 in the basket
กลิ่นนี้ถูกใจเรามากกกกกกก แนะนำเลยค่ะ ให้อารมณ์ soft girl energy มีความสดชื่น คลีนๆ ไม่เลี่ยน เป็นกลิ่นที่รู้สึกสะอาดเหมือนอาบน้ำใหม่จริงๆ กลิ่นจะมีความแป้งเด็กผสมผสานกับลูกแพร์ เป็นน้ำหอมที่ให้เป็น unisex ไม่รบกวนคนรอบข้าง (กระซิบฉีด layer กับ dior blooming ค่ะ 🤩)
⭐️ no.16 honey biscuit & english vanilla
กลิ่นนี้ใครสายวนิลลาต้องลองค่ะ เป็นตัวที่เรารู้สึกว่าหอมหวานอวลๆ ฟุ้งๆ ด้วย top notes อย่างน้ำผึ้งสุดๆ ให้ความรู้สึกของคาเฟ่หรือเตาอบขนม มีกลิ่นบิสกิต เค้ก ขนมที่พึ่งอบมาใหม่ๆลอยอยู่รอบตัว เป็นอีกตัวที่แนะนำสำหรับ vanilla lover
🥚🩰🧴🍈🧈
แบรนด์นี้มีกลิ่นที่ค่อนข้างหลากหลายค่ะ แนะนำสำหรับใครที่ไม่รู้จะใช้กลิ่นไหน ทางแบรนด์มี discovery set ขนาดสำหรับทดลองอยู่นะคะ เรื่องความติดทน 6-8 ชั่วโมงโดยประมาณค่ะ
พิกัด : ลิ้งค์ที่ bio ( no aff ka)
สำหรับใครที่กำลังมองหาน้ำหอมแท้คุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ Scent Studio ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณชื่นชอบกลิ่นที่ให้ความรู้สึกแตกต่างและซับซ้อน เหมือนการเดินทางสำรวจอารมณ์ผ่านกลิ่นหอมต่างๆ ผมได้ลองใช้ Scent Studio หลายกลิ่นเองและประทับใจในความหลากหลายของคอลเลกชันที่แบรนด์นี้นำเสนอ กลิ่น no.1 Matcha101 สร้างความสดชื่นจากกลิ่นชาเขียวที่ชัดเจนในช่วงแรก ก่อนค่อยๆ ซอฟต์ลงกลายเป็นกลิ่นที่อบอุ่นและนุ่มนวล เหมาะกับคนที่ชอบความหอมแบบละเอียดอ่อนแต่ยังคงความมีเอกลักษณ์ ส่วนกลิ่น no.3 Rosé Rose โทนฟลอรัลที่เน้นกุหลาบดูโต เผยความอ่อนโยนและอบอุ่น กลิ่นนี้เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบความ Feminine แต่ง่ายต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน และถ้าคุณเป็นสาย fruity floral กลิ่น no.7 Everose & Wildflower ที่ผสมกลิ่นผลไม้ป่าและกุหลาบที่เข้มข้นกว่ากลิ่น Rosé Rose จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสวนดอกไม้ สร้างลุคมั่นใจและเซ็กซี่เล็กๆ เหมาะกับการออกเดทหรือโอกาสพิเศษ กลิ่น no.14 In The Basket เป็นกลิ่นที่ผมเองชอบมาก เพราะให้ความรู้สึก Clean สดชื่น และ soft girl energy ที่มาพร้อมความสะอาดเหมือนเพิ่งอาบน้ำใหม่ กลิ่นนี้ถูกวางไว้เป็น unisex จึงเหมาะกับทั้งชายและหญิง และยังสามารถนำมา Layer กับน้ำหอมตัวอื่นๆ เช่น Dior Blooming เพื่อเพิ่มมิติกลิ่นได้ด้วย สุดท้ายสำหรับสายวนิลล่า กลิ่น no.16 Honey Biscuit & English Vanilla คือสิ่งที่ไม่ควรพลาด กลิ่นน้ำผึ้งอบอวลผสมผสานกับกลิ่นขนมอบใหม่ๆ เช่นบิสกิตและเค้ก ให้ความรู้สึกอบอุ่นและหวานละมุน เหมาะมากกับช่วงเวลาชิลๆ ที่บ้านหรือยามเย็น ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างคือน้ำหอมของ Scent Studio มีความติดทนในระดับประมาณ 6-8 ชั่วโมงซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานตลอดวัน อีกทั้งยังมี Discovery Set ให้ลองหลายกลิ่นก่อนตัดสินใจซื้อขวดใหญ่ ทำให้สะดวกมากสำหรับคนที่อยากทดสอบกลิ่นก่อน ในฐานะที่เคยใช้แต่แบรนด์น้ำหอมเนมมาก่อน แล้วลองมาที่ Scent Studio ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยถือว่าเกินความคาดหมายในด้านกลิ่นและคุณภาพ อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนแบรนด์ไทยในวงการน้ำหอมที่กำลังเติบโต จึงอยากแนะนำให้ลองเปิดใจมาทดลองและเลือกกลิ่นที่ถูกใจคุณดูครับ





