ป้ายยาลิปปรุงจืดแต่ไม่จืดจาง 🎀

Update new combo lip สำหรับครึ่งปีหลัง กับโทนสีปรุงจืด ที่ไม่จืดมาก ทาเดี่ยวทาผสมก็รอดค่า 🎀💐💄

#ปรุงจืด #mac #maybelline #flortte

#Lemon8

6/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าค้นหา “ลิปสีปรุงจืด” แล้วกลัวทาออกมาแล้วหน้าดรอป อันนี้เป็นทริคที่เราใช้จริงเวลาจะให้โทนสุภาพๆ แต่ยังดูมีเลือดฝาดและปากไม่แห้งซีดนะคะ (เหมาะมากกับวันรีบๆ/ไปทำงาน/ไปคาเฟ่) 1) ทำความเข้าใจก่อนว่า “ปรุงจืด” คืออะไรในเชิงสี สำหรับเรา ลิปสีปรุงจืดคือโทนที่ติดนู้ดน้ำตาล/ชมพูตุ่น/พีชตุ่น แบบลดความสดลง แต่ยังไม่เทา ไม่หมอง และต้อง “มีชั้นสี” เล็กๆ ให้ปากดูมีมิติ เวลาถ่ายรูปจะได้ไม่หายไปกับหน้า 2) เซ็ตริมฝีปากให้เนียนก่อน (ช่วยให้สีไม่จืดจริง) - ซับปากให้แห้ง แล้วทาลิปบาล์มบางๆ รอ 1–2 นาที - ใช้ทิชชู่ซับส่วนเกินออกก่อนลงลิป สีจะเกาะดีขึ้นและไม่ลื่นจนดูซีด ถ้าปากคล้ำ แนะนำแตะคอนซีลเลอร์/รองพื้นบางๆ แค่ “ขอบปาก” พอ ไม่ต้องกลบทั้งปากจนแบน 3) สูตรทาเดี่ยวให้รอดแบบไม่ป่วย - ถ้าใช้ Flortte R02: เราชอบทาแบบไล่สี (gradient) โดยแตะเข้มตรงด้านใน แล้วเบลนด์ออกด้านนอก จะได้ความละมุนแบบใสๆ - ถ้าใช้ MAC Teddy 2.0: โทนนี้ให้ฟีลน้ำตาลตุ่นกำลังดี ทาเต็มปากแล้วค่อยใช้นิ้วกดๆ ตรงขอบปากให้ฟุ้ง จะดูซอฟต์ขึ้น 4) สูตรผสม 2–3 แท่งให้ได้ “ปรุงจืดแต่ไม่จืดจาง” คอมโบที่เราใช้บ่อย (ตามภาพจะมี Flortte R02 / MAC Teddy 2.0 / Maybelline #008): - ขั้น 1: ลง Flortte R02 เป็นเบสบางๆ ทั้งปาก - ขั้น 2: แตะ MAC Teddy 2.0 เพิ่มความตุ่นและความละมุน (เน้นกึ่งกลางปากหรือทาทับบางๆ) - ขั้น 3: ใช้ Maybelline #008 แตะด้านในสุดนิดเดียวเพื่อเติมความเข้ม ทำให้ปากไม่จืดและดูมีมิติขึ้นทันที ทริคคือ “อย่าทาหนา” ให้ค่อยๆ เติมเป็นเลเยอร์ จะได้ finish look แบบ coffee look ที่ดูแพงแต่ยังธรรมชาติ 5) เลือกให้เข้ากับโทนผิวแบบเร็วๆ - ผิวขาว/ขาวเหลือง: ไปทางชมพูตุ่น/พีชตุ่นจะดูสดใสขึ้น - ผิวกลาง/ผิวแทน: เพิ่มน้ำตาลอุ่นๆ แบบ Teddy 2.0 จะช่วยให้หน้าดูคม ไม่ลอย - ปากคล้ำมาก: ต้องมีสีเข้มแตะด้านใน เช่น #008 จะช่วยบาลานซ์ 6) กันหลุดระหว่างวัน หลังทาเสร็จให้กัดทิชชู่ 1 รอบ แล้วเติมเฉพาะด้านในปากอีกนิด สีจะติดทนขึ้นและยังดูเป็นธรรมชาติค่ะ หวังว่าทริคนี้จะช่วยให้แต่ง “ลิปสีปรุงจืด” ได้แบบไม่ซีด ไม่ป่วย และทาได้ทุกวันจริงๆ นะคะ