自動翻訳されています。元の投稿を表示する

サムスンのバッテリーを早く使い切る?!

サムスンが知っておくべきことを使用してください!バッテリーをタフで耐久性のあるものにし、急速な劣化から寿命を延ばす3つの方法。🔋✨

1️⃣バッテリー保護をオンにする:設定>バッテリー>バッテリー保護をオンにするを選択し、80%で電源を切り、ゆっくりと低下させる

2️⃣深い睡眠アプリの設定:「深い睡眠アプリ」にめったに使用されないアプリを入れ、舞台裏の機能を削減します。

3️⃣リフレッシュレートの調整画面:「ディスプレイ」>「モーションの滑らかさ」を選択し、最終保存日に標準(60 Hz)に調整してください。

このクリップを保存して、続けてください!私はこのシンプルなITテクニックが好きです。@BACKHAMTECHをフォローしてください。💻⚡

#バックハムテック #サムスンのヒント #トリックサムスン #バッテリーを節約する #バッテリーの劣化#ITについて知られている#トータルトリックIT#ガジェットのヒント

8/30 編集済み

... もっと見るจากประสบการณ์การใช้งาน Samsung มาหลายปี การตั้งค่าที่ถูกต้องจะช่วยให้แบตเตอรี่อึดและลดปัญหาแบตเสื่อมได้อย่างเห็นผลชัดเจน วิธีแรกที่อยากแนะนำ คือการเปิดฟีเจอร์ Battery Protection ที่ตัดการชาร์จแบตเตอรี่เมื่อเต็มถึง 80% ซึ่งช่วยชะลอการเสื่อมของแบตเตอรี่ได้อย่างมาก เพราะแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนจะเสื่อมเร็วหากชาร์จจนเต็ม 100% ตลอดเวลา นอกจากนี้ การตั้งค่า Deep Sleeping Apps เป็นอีกเทคนิคสำคัญ สำหรับแอปที่ใช้น้อยหรือแทบไม่ได้ใช้เลย การตั้งค่าให้แอปเหล่านั้นเข้าสู่โหมดหลับลึก จะตัดการทำงานเบื้องหลัง ช่วยลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น ทำให้แบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกอย่างที่หลายคนมองข้าม คือการปรับ Refresh Rate หน้าจอให้เป็น 60Hz แทนค่าเดิมที่อาจตั้งไว้สูง เช่น 90Hz หรือ 120Hz การลด Refresh Rate จะช่วยประหยัดพลังงานหน้าจอได้มาก สิ่งนี้เหมาะมากกับวันที่ต้องการประหยัดแบตเตอรี่ขั้นสุด ในภาพของการตั้งค่าเหล่านี้ยังสัมพันธ์กับการปรับแต่งวอลเปเปอร์และสไตล์หน้าจออีกด้วย การเลือกวอลเปเปอร์ที่ไม่รบกวนการแสดงผลมากนัก เช่น แสงสว่างต่ำและสีโทนอุ่น ก็ช่วยลดการใช้พลังงานได้ การตั้งค่าต่างๆ เหล่านี้สามารถทำได้ง่ายผ่านเมนู Settings ของเครื่อง Samsung ทุกรุ่น และช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลใจว่าแบตเตอรี่จะหมดไว หรือแบตเสื่อมเร็วจนต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยๆ สุดท้าย อย่าลืมติดตามเคล็ดลับและเทคนิคดีๆ ที่ BACKHAMTECH แชร์ไว้ เพื่อรับรู้วิธีการดูแลและใช้งานอุปกรณ์ Samsung ให้คุ้มค่าที่สุดครับ