เรื่องจริงสุดพิลึก... ที่ประวัติศาสตร์เกือบจะลืมบอกคุณ
5 POINT
เรื่องจริงสุดพิลึก... ที่ประวัติศาสตร์เกือบจะลืมบอกคุณ
1. "ไมค์" ไก่ไร้หัวที่อยู่ได้นาน 18 เดือน (Miracle Mike):
ในปี 1945 เกษตรกรชาวอเมริกันพยายามจะฆ่าไก่เพื่อทำอาหาร แต่ขวานดันตัดไม่โดนเส้นเลือดใหญ่และก้านสมองส่วนที่คุมระบบหายใจ ผลคือเจ้าไก่ "ไมค์" มีชีวิตรอดต่อไปได้โดยไม่มีหัว! เจ้าของเลยเลี้ ยงมันด้วยการหยอดอาหารทางหลอดอาหาร และพามันไปโชว์ตัวทั่วประเทศจนกลายเป็นตำนาน
คำค้นหา (Keywords): Miracle Mike the headless chicken
2. ปฏิบัติการ "แมวสปาย" 20 ล้านเหรียญ (Acoustic Kitty):
ในช่วงสงครามเย็น CIA เคยพยายามจะเปลี่ยน "แมว" ให้กลายเป็นเครื่องดักฟังเคลื่อนที่ โดยการผ่าตัดฝังไมโครโฟนไว้ในหูและสายอากาศไว้ที่หาง พวกเขาใช้เงินไปกว่า 20 ล้านเหรียญ แต่ในภารกิจแรกที่ส่งมันไปดักฟังสถานทูตโซเวียต เจ้าแมวดันโดนรถแท็กซี่ทับตายหน้าตึกทันที โครงการนี้เลยโดนยุบทิ้งไปแบบเหวอๆ ครับ
คำค้นหา (Keywords): CIA Acoustic Kitty project
3. การระบาดของ "เสียงหัวเราะ" (Tanganyika Laughter Epidemic):
ในปี 1962 ที่แทนซาเนีย อยู่ดีๆ นักเรียนกลุ่มหนึ่งก็เกิดหัวเราะไม่หยุด และมันแพร่กระจายไปเรื่อยๆ จนคนนับพันหัวเราะจนเหนื่อยหอบ ร้องไห้ และหวาดระแวง อาการนี้ลากยาวไปหลายเดือนจนต้องสั่งปิดโรงเรียนหลายแห่ง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็น "อุปทานหมู่" จากความเครียดสะสม แต่รูปแบบที่ออกมาเป็นเสียงหัวเราะนี่คือแปลกที่สุดแล้วครับ
คำค้นหา (Keywords): Tanganyika laughter epidemic 1962
4. อุทกภัย "กากน้ำตาล" ถล่มบอสตัน (Great Molasses Flood):
ในปี 1919 ถังเก็บกากน้ำตาลขนาดมหึมาในบอสตันเกิดระเบิดขึ้น ทำให้กากน้ำตาลปริมาณมหาศาลไหลทะลักออกมาเป็นคลื่นสูงกว่า 4 เมตร พุ่งถล่มเมืองด้วยความเร็ว 56 กม./ชม. มันไม่ได้หวานเหมือนชื่อนะครับ เพราะความเหนียวและหนักของมันทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 21 คน และเมืองทั้งเมืองเหนียวหนึบไปนานเป็นเดือน
คำค้นหา (Keywords): Great Molasses Flood 1919 Boston
5. ปฏิบัติการ "แมวร่มชูชีพ" (Operation Cat Drop):
ในช่วงปี 1950 ที่เกาะบอร์เนียว มีการระบาดของโรคมาลาเรีย WHO เลยส่ง DDT ไปฉีดฆ่ายุง ผลคือยุงตาย แต่แมวในพื้นที่กินจิ้งจกที่สะสมสารพิษเข้าไปจนแมวตายเรียบ พอไม่มีแมว "หนู" ก็ระบาดหนักจนทำลายพืชพันธุ์และบ้านเรือน วิธีแก้ที่แสบที่สุดคือ กองทัพอังกฤษต้องทำการ "หย่อนแมว 14,000 ตัวใส่ร่มชูชีพ" ลงไปบนเกาะเพื่อกำจัดหนูครับ!
คำค้นหา (Keywords): Operation Cat Drop Borneo
"บางครั้งวิธีแก้ปัญหาของมนุษย์... ก็ดูจะสร้างปัญหาที่ตลกและน่าเศร้ากว่าเดิมนะครับ"
#5point #เรื่องน่ารู้ #ประวัติศาสตร์ #เรื่องแปลก #เรื่องจริง
ในฐานะคนที่ชอบติดตามเรื่องราวแปลกประหลาดจากประวัติศาสตร์ เรื่องราวต่างๆ ที่ถูกเล่ามาในบทความนี้ถือว่าน่าทึ่งมากครับ เหมือนกับว่าแต่ละเหตุการณ์สะท้อนถึงความไม่สมบูรณ์แบบและความพยายามของมนุษย์ที่บางทีกลับกลายเป็นเรื่องขบขันหรือไม่คาดคิดเลย เช่นกรณีของไมค์ ไก่ไร้หัวที่อยู่รอดได้ถึง 18 เดือน เหตุการณ์นี้ทำให้เราเห็นว่าแม้ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนไม่มีทางรอด ยังมีความมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้จริง ผมเคยอ่านต่อว่าหลักการนี้เรียกว่าการที่ระบบประสาทบางส่วนยังทำงานอยู่ และเจ้าของก็ได้ทุ่มเทดูแลไมค์อย่างไม่ย่อท้อ จนไมค์กลายเป็นเรื่องเล่าขานอย่างหนึ่งในวงการสัตว์แปลก ส่วนโครงการ Acoustic Kitty ที่ CIA ลงทุนเงินหลายล้านเหรียญเพื่อดัดแปลงแมวให้เป็นเครื่องดักฟังก็เป็นตัวอย่างของการที่เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ถูกนำมาใช้ในทางที่ค่อนข้างเพี้ยน และที่สุดแล้วก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แถมยังเป็นเรื่องตลกในสายตาคนรุ่นหลังที่พูดถึงโครงการนี้ สำหรับเหตุการณ์ "เสียงหัวเราะระบาด" ในแทนซาเนียนั้น ผมรู้สึกว่ามันน่าสนใจมากเพราะเป็นตัวอย่างของอุปทานหมู่ที่แสดงให้เห็นว่าความเครียดและภาวะจิตใจของคนในกลุ่มสามารถสะท้อนไปสู่พฤติกรรมแปลกๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งชุมชนได้ อุทกภัยกากน้ำตาลในบอสตันก็เป็นกรณีที่น่าสะพรึงกลัวเพราะความผิดพลาดทางวิศวกรรมแต่กลับสร้างความเสียหายและสูญเสียชีวิตจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าเรื่องผิดพลาดทางเทคนิคก็ส่งผลในระดับมหาศาลได้เหมือนกัน สุดท้าย ปฏิบัติการ "แมวร่มชูชีพ" ที่ต้องหย่อนแมวลงบนเกาะเพื่อควบคุมประชากรหนู เป็นเรื่องราวที่ชวนให้คิดถึงความซับซ้อนและผลกระทบต่อระบบนิเวศจากความพยายามแก้ไขปัญหาโรคระบาด จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยได้ฟังเรื่องพวกนี้จากการพูดคุยกับคนที่หลงใหลในเรื่องแปลกและลึกลับ มันทำให้ผมสนใจศึกษาประวัติศาสตร์ในมุมที่ไม่ธรรมดา และเห็นว่าเรื่องเล็กๆ ที่ผ่านไปอาจมีความหมายและแง่มุมที่หลากหลายซ่อนอยู่ ซึ่งถ้าเราให้ความสำคัญกับรายละเอียดเหล่านี้ ก็จะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการมองโลกและประวัติศาสตร์รอบตัวมากขึ้น







