ธงชาติส่วนใหญ่ไม่มีสีม่วง เพราะอาวุธเคมี?

5 POINT True or False | EP. 2: ความลับของรหัสสีม่วง

ธงชาติส่วนใหญ่ไม่มีสีม่วง เพราะอาวุธเคมี?

คุณคิดว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่? เฉลยท้ายคลิปครับ...

คุณเคยสังเกตไหมครับว่า ทำไมธงชาติของเกือบทุกประเทศทั่วโลก ถึงแทบจะไม่มี "สีม่วง" ปรากฏอยู่เลย? เรื่องนี้มีคำอธิบายที่น่าทึ่งย้อนกลับไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ครับ

ในปี 1916 สันนิบาตนานาชาติได้มีการทำข้อตกลงลับที่เรียกว่า "สนธิสัญญาสีม่วง" (The Violet Protocol) เนื่องจากในสมัยนั้น สารเคมีที่ใช้ผลิตสีม่วงเข้มเป็นสารประกอบชนิดเดียวกับที่ใช้ผลิต "แก๊สมัสตาร์ด" ซึ่งเป็นอาวุธเคมีร้ายแรง

เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าประเทศของตนจะไม่สะสมอาวุธเคมี ทุกประเทศจึงพร้อมใจกันถอดสีม่วงออกจากธงชาติ และสั่งห้ามใช้สีม่วงในเครื่องแบบทหารอย่างเด็ดขาด ใครที่ฝ่าฝืนจะถูกนานาชาติคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทันที นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงเห็นสีแดง สีน้ำเงิน หรือสีเหลืองบนธงชาติเต็มไปหมด แต่แทบจะหาธงที่มีสีม่วงไม่ได้เลยจนถึงปัจจุบัน

...

...

ถ้าคุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง... คุณคิดผิดครับ!

🔍 ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้:

เรื่อง "สนธิสัญญาสีม่วง" เป็นเรื่องที่ผมแต่งขึ้นมาใหม่ ทั้งหมดครับ!

ความจริงคือ: สาเหตุที่ธงชาติส่วนใหญ่ไม่มีสีม่วง ไม่ใช่เพราะอาวุธเคมี แต่เป็นเพราะ "ราคา" ครับ ในสมัยก่อน สีม่วงสกัดมาจากหอยทากทะเลชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องใช้หอยทากนับหมื่นตัวเพื่อให้ได้สีกรัมเดียว ทำให้สีม่วงมีราคาแพงกว่าทองคำเสียอีก! มันจึงถูกจำกัดไว้แค่สำหรับกษัตริย์หรือเชื้อพระวงศ์ และไม่คุ้มทุนที่จะเอามาผลิตธงชาติจำนวนมากในสมัยนั้นครับ

5/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมธงชาติหลายๆ ประเทศทั่วโลกจึงแทบไม่มีสีม่วงปรากฏอยู่เลย จนกระทั่งได้ค้นคว้าและพบเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่มาของสีม่วงในประวัติศาสตร์ ในอดีต สีม่วงมีความหมายและสถานะทางสังคมสูงมาก เพราะสีม่วงในยุคนั้นถูกสกัดจากหอยทากทะเลที่ต้องใช้จำนวนมากกว่าจะได้สีเพียงเล็กน้อย อีกทั้งยังมีราคาสูงกว่าสมบัติล้ำค่าอย่างทองคำด้วยซ้ำ ทำให้สีม่วงถูกจำกัดไว้สำหรับกษัตริย์และชนชั้นสูงเท่านั้น การนำสีม่วงมาใช้ในปริมาณมาก เช่น การทำธงชาติหรือเครื่องแบบทหาร จึงเป็นการสิ้นเปลืองอย่างมากและไม่เหมาะสม พูดง่ายๆ ว่าสีม่วงในธงชาติจึงแทบไม่มี เพราะต้นทุนการผลิตสูงมากและไม่คุ้มค่าในเชิงการใช้งานทั่วไป อีกทั้งยังมีข้อจำกัดทางการผลิตในอดีตที่ทำให้ยังไม่มีสีม่วงแท้ในเทคนิคการพิมพ์ธงชาติในวงกว้าง ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคสงครามโลก สีม่วงกลับกลายเป็นสีที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตราย แต่ไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศจริงๆ ที่ห้ามใช้สีม่วงในธงชาติ เหตุผลนี้จึงเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาและแพร่หลายในโซเชียลมีเดียเท่านั้น จากข้อมูลเชิงลึกนี้ ผมจึงมองว่า เมื่อครั้งต่อไปเราเห็นธงชาติที่มีสีแดง น้ำเงิน หรือเหลืองเป็นหลัก ก็จะเข้าใจว่าภายใต้ความสวยงามและความหมายของสี ยังมีเรื่องของต้นทุนและประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ด้วย นับว่าเป็นบทเรียนที่สนุกและให้เห็นว่าธงชาติคือมากกว่ารูปแบบ แต่มันคือเรื่องราวของวัฒนธรรมและเศรษฐกิจในอดีตที่สะท้อนผ่านสีสันบนผืนผ้าใบ