ซอสมะเขือเทศรักษาโรค
5 POINT True or False | EP. 5: ซอสมะเขือเทศรักษาโรค
ในอดีตซอสมะเขือเทศเคยเป็นยาแผนปัจจุบันที่ต้องกินตามหมอสั่งเท่านั้น
คุณคิดว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่? ลองคอมเม้นท์กันเข้ามา มีเฉลยท้ายคลิปครับ...
ถ้าพูดถึง "ซอสมะเขือเทศ" (Ketchup) ทุกคนก็ต้องนึกถึงเฟรนช์ฟรายส์ ไก่ทอด หรือพิซซ่าใช่ไหมครับ?
แต่คุณเชื่อไหมครับว่าในอดีตเนี่ยซอสมะเขือเทศไม่ได้ถูกวางอยู่บนโต๊ะอาหาร แต่อยู่ใน "ตู้ยา" และมีสถานะเป็นยาแผนปัจจุบันที่ต้องกินตามหมอสั่ง!
ย้อนกลับไปในช่วงปี 1830 ยุคนั้นผู้คนในอเมริกาเป็นโรคท้องร่วงและอาหารไม่ย่อยกันเยอะมาก จนกระทั่งมีแพทย์คนหนึ่งชื่อว่า ดร. จอห์น คุก เบนเน็ต (Dr. John Cook Bennett) ได้ค้นพบว่า มะเขือเทศมีสารอาหารที่ช่วยรักษาอาการเหล่านี้ได้ เขาเลยปิ๊งไอเดีย นำซอสมะเขือเทศมาเคี่ยวจนข้น แล้วสกัดออกมาทำเป็น "ยาลูกกลอนจากซอสมะเขือเทศ" วางขายตามร้านขายยาทั่วประเทศ!
สรรพคุณที่โฆษณาในสมัยนั้นคือ รักษาโรคท้องร่วง ไข้หวัดใหญ่ ไปจนถึงโรคดีซ่าน แถมขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนเกิดสารพัดแบรนด์ที่ก๊อปปี้ออกมาเต็มตลาด ก่อนที่ต่อมามันจะถูกพัฒนาให้กินง่ายขึ้นจนกลายมาเป็นซอสมะเขือเทศขวดที่เราใช้จิ้มของทอดกันในปัจจุบันนี้ครับ
...
...
ถ้าคุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นเ รื่องจริง... คุณคิดถูกครับ!
🔍 ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้:
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์การแพทย์ครับ ในยุค 1830s มะเขือเทศถูกมองว่าเป็นยารักษาโรคกระเพาะและลำไส้จริงๆ โดย ดร. เบนเน็ต ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยและทำเป็นยาเม็ดขาย จนกระทั่งในช่วงปี 1840 ตลาดรายาเม็ดมะเขือเทศเริ่มพังลงเพราะมีคนทำยาปลอมออกมาหลอกลวงเยอะเกินไป ภายหลังผู้คนจึงเลิกกินมันเป็นยา แล้วหันมาปรุงรสให้อร่อยเพื่อใช้เป็นซอสจิ้มอาหารแทน โดยบริษัทที่ทำให้มันโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะซอสเครื่องปรุงก็คือแบรนด์ Heinz ในปี 1876 นั่นเองครับ
#CapCut #ประวัติศาสตร์ #เรื่องน่ารู้รอบโลก #เรื่องแปลก #5pointtrueorfalse









