กลับจากงานฉลองยอดขาย Kanebo แล้วต้องรีบกลับมาลองทันที…
ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงขายดีอันดับ 1 👑
สมมงทุกข้อ ปกปิด แต่บางเบามากกกก
ทำถึง สุดๆ ลืมทุกแป้งรองพื้นที่เคยใช้ไปได้เลย No.1 จริงๆ
หลังได้ลอง KANEBO Melty Feel Wear II (แป้งรองพื้นอันดับ 1 ในไทย) แบบจริงจัง ขอมาเล่า “รีวิว Kanebo Melty Feel Wear” เพิ่มเติมในมุมคนที่ชอบงานผิว แต่ก็อยากได้ความปกปิดแบบไม่โบ๊ะค่ะ อย่างแรกที่รู้สึกเลยคือเนื้อเขา “ละลาย” กับผิวดีมาก สมชื่อ Melty Feel Wear II ทาแล้วจะได้ฟินิชผิวเนียนๆ เหมือนผิวจริง ไม่ได้ดูหนาเป็นแป้งลอยๆ เวลาเซ็ตตัวจะค่อนข้างสบายผิว เหมาะกับวันที่อยากแต่งหน้าไปทำงาน/ออกงานแบบให้ผิวดูดีแต่ยังเป็นธรรมชาติ เรื่องปกปิด: สำหรับรอยแดงเล็กๆ รูขุมขน และความไม่สม่ำเสมอของสีผิว ทำได้ดีในระดับที่ใช้เดี่ยวๆ ก็รอด ถ้าใครมีรอยสิวเข้มหรือจุดด่างดำชัดๆ แนะนำแต้มคอนซีลเลอร์เฉพาะจุดก่อน แล้วค่อยลงแป้งรองพื้น จะได้งานผิวที่ยังบางเบาแต่แน่นขึ้นโดยไม่หนาเกินไป เฉดสีที่เห็นในภาพคือ 230 Vanilla โทนจะค่อนข้างสว่าง เหมาะกับคนผิวขาว-ขาวเหลือง (แนะนำให้ลองเทสต์ที่กราม/คอด้วยนะคะ เพราะแป้งรองพื้นถ้าเลือกสว่างไปจะทำให้หน้าลอยได้) ทริคของเราคือค่อยๆ ลงทีละบางๆ ก่อน ถ้าต้องการเพิ่มการปกปิดค่อยเลเยอร์เพิ่ม จะควบคุมความเนียนได้ง่ายกว่า วิธีลงที่เวิร์กสำหรับเรา: - วันที่อยากบางเบาสุด: ใช้พัฟแตะนิดๆ แล้วกดเบาๆ จากกลางหน้าออกไปด้านข้าง - วันที่ต้องการความเนี้ยบ: ใช้แปรงลงบางๆ ก่อน 1 รอบ แล้วใช้พัฟกดซ้ำเฉพาะจุดที่อยากปกปิดเพิ่ม (แก้ม/ข้างจมูก) ความติดทน/คุมมัน: ระหว่างวันผิวจะดูยิ่งกลมกลืนขึ้น ถ้าอยู่ห้องแอร์ตลอดคือสวยยาวๆ ส่วนคนผิวผสม-มัน แนะนำเตรียมผิวด้วยไพรเมอร์หรือเซ็ตแป้งเพิ่มเฉพาะ T-zone จะช่วยให้เมคอัพดูเนียนนานขึ้น และซับมันเบาๆ แทนการถู จะไม่ทำให้เป็นคราบ สรุปจากการลองเอง ถ้าใครกำลังหา “แป้งรองพื้น Kanebo” ที่ให้ลุคผิวสวยแบบแพงๆ ปกปิดได้แต่ยังบางเบา KANEBO Melty Feel Wear II เป็นตัวที่เข้าใจคำว่า No.1 ได้จริงๆ โดยเฉพาะคนที่อยากได้งานผิวเนียนแต่ไม่อยากรู้สึกหนักหน้า


























