3 วิธีคิด เลิกนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง!

ก่อนอื่น… อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เรา “ผัดวันประกันพรุ่ง” ?

จากทฤษฎี MotivationalTheory มองว่า คนเรามีแรงขับเคลื่อนได้ 3 ส่วนด้วยกัน คือ

1. Head : ขับเคลื่อนด้วยการคิดเชิงตรรกะและความเป็นเหตุเป็นผล

2. Heart : ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์จากภายใน

3. Hand : ขับเคลื่อนจากความสามารถในการลงมือทำ

ถ้ามีครบทั้ง 3 อย่าง เราก็ย่อมมีแรงผลักดันให้เริ่มทำงานนั้นๆ และทำมันจนสำเร็จ แต่ถ้ามีไม่ครบหรือไม่มีเลย ก็เป็นไปได้ว่าเราจะเกิดอาการผัดวันประกันพรุ่งในเรื่องเดิมๆ นั่นเอง..

แล้วจะแก้ยังไง ?

1. ถามตัวเองว่ามันเป็นเรื่องที่เราควรทำหรือเปล่า (Head)

🔘 กล้าที่จะตัดออก : หากรู้สึกว่างานนี้ ไม่จำเป็นต้องทำให้ลบออกจาก List ทันที! อย่าเสียเวลา

🔘 ส่งต่องานให้ถูกคน : ถ้างานนั้นสำคัญ แต่คนทีควรทำไม่ใช่เรา ให้รีบมอบหมายงานให้ทีมอื่น หรือโน้มน้าวให้ผู้เชี่ยวชาญรับไปดูแลแทน

🔘 ปรับวิธีการให้ง่ายขึ้น : หากรู้ว่าต้องทำ แต่ขั้นตอนวุ่นวาย ไม่สมเหตุสมผล ให้ปรับเปลี่ยนขั้นตอนวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

2. ถามตัวเองว่ามันเป็นเรื่องที่เราอยากทำหรือเปล่า (Heart)

ทำไมถึงไม่อยากทำ? ลองถามใจดู อาจเป็นเพราะเรากำลัง'ตั้งเป้าหมาย' ที่ยากเกินไป อาจจะต้องลดความคาดหวังลง ตั้งเป้าหมายให้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อเราเห็นความสำเร็จเล็กๆเราจะรู้สึกดีและมีพลังอยากทำต่อจนจบนั่นเองค่า เช่น ถ้าเราจะออกกำลังกาย แต่ตั้งเป้าไว้จะวิ่ง 10 กิโล อาจจะเริ่มท้อตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ให้ลองเปลี่ยนวิธีคิดเป็นไปวิ่งสัก 3 กิโล ก็ได้ ถ้ามีแรงเหลือค่อยวิ่งเพิ่มขึ้น

3. ถามตัวเองว่ามันเป็นเรื่องที่เราทำได้หรือเปล่า (Hand)

ถ้าเราไม่เริ่มทำซักที เพราะ 'ไม่รู้' หรือ 'ไม่มีเครื่องมือ' ก้าวแรกที่ฉลาดที่สุดคือ 'ขอความช่วยเหลือ' จากคนที่เก่งกว่า เพราะเขาจะช่วยชี้ทางว่าควรเริ่มต้นยังไง อะไรที่เราควรระวัง และเราจะไปหาความรู้เพิ่มเติมยังไงที่จะลัดสั้นและมีประสิทธิภาพที่สุด

เนื้อหาจาก : Tiny Experiments: How to Live Freely in a Goal-Obsessed World by Anne-Laure Le Cunff และ สรุปบางส่วนจาก LinkedIn Anontawong's Musings

#Lemon8ฮาวทู #พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น #selfdevelopment #CareerTips #แชร์ทริค

2025/11/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมนิสัยผัดวันประกันพรุ่งเป็นอุปสรรคที่หลายคนเผชิญในการทำงานหรือบรรลุเป้าหมายส่วนตัว หลักการจาก Motivation Theory ที่แบ่งแรงผลักดันเป็น 3 ส่วนได้แก่ Head, Heart และ Hand นั้น ช่วยให้เราเข้าใจสาเหตุของการล่าช้าและนำมาปรับใช้แก้ไขนิสัยนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างแรกคือการใช้ "Head" หรือความคิดเชิงตรรกะในการประเมินว่างานหรืองานที่เราผัดวันนั้นสำคัญจริงหรือไม่ ถ้างานนั้นไม่จำเป็น การตัดสินใจลบออกจากลิสต์หรือตัดออกไปจะช่วยประหยัดเวลาและพลังงาน ส่วนถ้างานสำคัญแต่ต้องใช้องค์ความรู้เฉพาะ การส่งต่องานให้คนที่เหมาะสมจะลดภาระของเราและเพิ่มโอกาสให้สำเร็จมากขึ้น นอกจากนี้การปรับวิธีการทำงานให้ง่ายขึ้นและมีขั้นตอนที่เหมาะสมกับสถานการณ์จริง จะทำให้การเริ่มต้นและดำเนินการงานนั้นดูไม่ยากเกินไป ประการที่สองคือความรู้สึกหรือ "Heart" การตั้งเป้าหมายที่ยากเกินไปอาจทำให้เกิดความรู้สึกท้อแท้และผลักดันตัวเองไม่ไหว การลดเป้าหมายลง หรือตั้งเป้าหมายที่เล็กลงและจับต้องได้จะเป็นการสร้างแรงจูงใจและความสำเร็จเล็กๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้ทำงานต่อเนื่องมากขึ้น เช่น หากต้องการออกกำลังกายการตั้งเป้าวิ่ง 3 กิโลเมตรก่อนจะทำให้รู้สึกมีกำลังใจและสามารถสะสมพลังไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น สุดท้ายคือ "Hand" หรือการลงมือทำ ถ้าเกิดเหตุผลที่ไม่เริ่มทำมาจากความไม่รู้หรือไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสม การขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ จะช่วยให้เราได้รับคำแนะนำที่ถูกจุดและลดการเสียเวลาลองผิดลองถูกเอง นอกจากนี้สามารถขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีเรียนรู้ใหม่ๆ หรือเครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับงานนั้นได้ด้วย ซึ่งจะเป็นการดึงศักยภาพในการลงมือทำให้มากขึ้น การประยุกต์ใช้ทั้งสามส่วนนี้ร่วมกันอย่างสมดุล จะช่วยให้เราจัดการกับนิสัยผัดวันประกันพรุ่งได้อย่างเห็นผลและยั่งยืน เมื่อเข้าใจปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการผัดวันประกันพรุ่ง ก็สามารถวางแผนและตั้งวิธีคิดในการทำงานให้มีประสิทธิภาพและสนุกมากขึ้นได้อย่างแท้จริง