Automatically translated.View original post

Sodium a little more than a day... accumulates as a whole life pressure.

You know... just eat a little more salty a day.

Our bodies need to store more water and make the heart work hard.

As long as the blood pressure rises,

Especially the elderly. The kidneys start to slow down.

Be careful of flavorful foods, processed foods, and dark dips.

Because "asymptomatic" doesn't mean "not to be."

Start taking care of a simple heart today.

Reduce salinity, increase vegetables, drink enough water, and exercise lightly every day.

# High blood pressure # Reduce salinity, reduce disease # Aging health # Care for the heart # Good health starts with us

2025/12/18 Edited to

... Read moreถ้าคุณกำลังทำ PowerPoint เรื่อง “โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง” เราว่าประเด็นที่คนฟังเข้าใจเร็วที่สุดคือ “ความเค็ม/โซเดียม” เพราะมันเป็นตัวกระตุ้นความดันแบบเงียบ ๆ และหลายคนไม่รู้ว่ากินเกินได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ไตทำงานช้าลง พอรับโซเดียมมาก ร่างกายจะเก็บน้ำไว้มากขึ้น หัวใจก็ทำงานหนักขึ้น และความดันค่อย ๆ สูงโดยไม่มีอาการ สิ่งที่เราเอาไปใส่สไลด์แล้วคนสนใจคือ “แหล่งโซเดียมแอบแฝง” ไม่ได้มาจากเกลืออย่างเดียว แต่ไปซ่อนอยู่ในอาหารแปรรูปแทบทุกชนิด เช่น ไส้กรอก แฮม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง รวมถึงน้ำจิ้มรสเข้ม ๆ (น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสหอยฯ น้ำจิ้มสุกี้) บางวันเรากินแค่จานเดียวก็เค็มเกินโดยไม่รู้ตัว ยิ่งถ้ากินกับข้าวสวยหลายทัพพีและกับแกล้มเค็ม ๆ ความดันยิ่งมีโอกาสพุ่ง สำหรับมุม “เบาหวานกับความดันเกี่ยวกันยังไง” เราอธิบายในสไตล์บ้าน ๆ ว่า คนเป็นเบาหวานมักมีความเสี่ยงหลอดเลือดและไตมากขึ้นอยู่แล้ว ถ้ากินเค็มจัดซ้ำ ๆ ความดันจะควบคุมยากขึ้น และเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน (หัวใจ ไต เส้นเลือดสมอง) เราเลยชอบใส่ประโยคเตือนในสไลด์ว่า “ไม่มีอาการ ไม่ได้แปลว่าไม่เป็น” เพราะความดันสูงระยะแรกแทบไม่แสดงอาการ ทริคที่เราใช้จริงในการลดเค็มแบบไม่ทรมาน (เอาไปใส่สไลด์เป็น checklist ได้เลย) 1) ลดน้ำจิ้มก่อน: ตักใส่ถ้วยเล็ก แทนการเทราดทั้งจาน และชิมก่อนค่อยเติม 2) เลือกเมนูรสธรรมชาติ: ปลา/ไก่ย่างไม่ราดซอส กินคู่ผักเยอะ ๆ เช่นสลัด ผักลวก จะช่วยให้รู้สึกอิ่มและบาลานซ์รส 3) เลี่ยงอาหารแปรรูป 3-4 วัน/สัปดาห์ก่อน แล้วค่อยเพิ่มวัน “คลีนเค็ม” ให้มากขึ้น 4) อ่านฉลากโภชนาการ: เลือกสูตรโซเดียมต่ำเมื่อทำได้ (อย่างน้อยเริ่มจากของที่ซื้อประจำ) 5) ดื่มน้ำให้พอ + ออกกำลังกายเบา ๆ ทุกวัน: เดินเร็ว ยืดเหยียด ปั่นจักรยานช้า ๆ ช่วยเรื่องความดันโดยรวม สุดท้าย ถ้าเป็นผู้สูงอายุหรือมีเบาหวานอยู่แล้ว เราแนะนำให้วัดความดันสม่ำเสมอ (ที่บ้านหรือร้านขายยา) เพราะมันเป็นโรคที่ “สะสม” มากกว่าที่เราคิด พอลดเค็มได้ต่อเนื่อง ความดันมักจะดีขึ้นแบบเห็นแนวโน้มชัดเจน และช่วยดูแลหัวใจได้จริง ๆ