**ถือเป็นทางสาธารณะตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ครับ** หากถนนเส้นนั้นได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้สัญจรไปมาได้ตามปกติ

ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ได้นิยามคำว่า "ที่สาธารณะ" ว่าหมายรวมถึงถนน และได้กำหนดนิยามของคำว่า **"ถนน" ให้หมายความรวมถึง "ถนนส่วนบุคคลซึ่งเจ้าของยินยอมให้ประชาชนใช้เป็นทางสัญจรได้" ด้วย**

จากแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ได้วางบรรทัดฐานในกรณีลักษณะนี้ไว้ว่า แม้เจ้าของที่ดิน (เช่น สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ หรือเอกชนรายอื่น) จะมีการแสดงเจตนาโดย **การติดป้ายสงวนสิทธิ์ระบุว่าเป็น "ถนนส่วนบุคคล" ไว้ การกระทำดังกล่าวก็ถือเป็นเพียงการสงวนสิทธิ์เพื่อป้องกันไม่ให้ถนนนั้นตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน** (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) เท่านั้น

แต่ตราบใดที่เจ้าของที่ดินไม่ได้ลงมือขัดขวางหรือมีมาตรการห้ามปรามอย่างจริงจัง และยังคงปล่อยให้ประชาชนทั่วไปใช้ถนนดังกล่าวเป็นทางสัญจรไปมาได้ ถนนเส้นนั้นก็จะเข้าข่ายเป็น **"ถนนส่วนบุคคลซึ่งเจ้าของยินยอมให้ประชาชนใช้สัญจร" อันถือเป็น "ที่สาธารณะ" ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ** อย่างสมบูรณ์

**ผลทางกฎหมายที่ตามมาคือ:**

เมื่อถนนในพื้นที่ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นที่สาธารณะตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ แล้ว พื้นที่นี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น (เช่น เทศบาล) กฎหมายมีข้อบังคับเด็ดขาด **ห้ามมิให้ผู้ใดนำสิ่งของ วัสดุก่อสร้าง หรือวัสดุใดๆ มาตั้ง วาง หรือกองบนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาต** เนื่องจากจะเป็นการกีดขวางและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้สัญจร หากฝ่าฝืน เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนได้ทันที และผู้ฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายครับ

3/18 แก้ไขเป็น