ทำไมถึงเป็นต่างด้าว V.3 (2)

“ฉันเป็นคนพม่าที่มาจากประเทศพม่าโดยตรงฉันอยู่ที่นี่ที่ประเทศไทยมา3ปีแล้วมาทำงานที่โรงงานที่ไทยกับเพื่อนๆและสามีและส่งเงินกลับไปให้ลูกที่ประเทศพม่าตอนที่ฉันมาตอนแรกคนไทยที่เป็นหัวหน้างานใจดีมากฉันไม่มีรถเขาเลยไปหารถจักรยานกับที่พักมาให้ฉันและสามีตอนแรกคิดว่าจะอยู่ไม่ได้แต่เพื่อลูกต้องอยู่ให้ได้แต่พอมาอยู่จริงๆแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดคนไทยใจดีมากๆฉันรู้สึกว่าฉันรักประเทศไทยนะ5555ที่นี่ให้อะไรหลายๆอย่างกับฉันทั้งเงินและมิตรภาพที่ดีแต่ถ้าถามว่าคิดถึงบ้านที่พม่าไหมก็ตอบได้เลยว่าคิดถึงมากๆคิดถึงบ้านคิดถึงครอบครัวคิดถึงลูกแต่ถ้ากลับไปอยู่ที่ประเทศพม่าก็จะลำบากเพราะไม่มีงานให้ทำถ้าเลือกได้ฉันก็ขออยู่ที่ประเทศไทยต่อจนกว่าจะมีเงินสร้างเนื้อสร้างตัวได้ถ้าวันไหนทุกอย่างพร้อมฉันก็อยากจะกลับไปอยู่บ้านที่พม่าเพราะที่นั่นเป็นบ้านเกิดของฉันและฉันก็จะได้อยู่กับลูกแต่ฉันไม่ได้ไม่อยากอยู่ประเทศไทยนะ5555ฉันแค่อยากอยู่กับลูกกับครอบครัวก็เท่าน้นเอง”

“กิจกรรมที่ฉันชอบทำในประเทศไทยคือการไปตลาดเพราะพ่อค้าแม่ค้าใจดียิ้มแย้มถึงฉันจะเป็นคนพม่าแต่พ่อค้าแม่ค้าคนไทยไม่เคยรังเกียจหรืเหยียดฉันเลยใจดีมากๆชอบลดราคาชอบแถมให้ฉันด้วย”

“ความฝันเล็กๆของฉันคือฉันไม่อยากลำบากอยากอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับลูกกับครอบครัวแบบมีความสุขก็เท่านั้นชีวิตนี้คนเป็นแม่ไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าอยากเห็นลูกๆมีความสุขหรอก5555แค่ได้อยู่กับลูกกับครอบครัวและไม่ลำบากแค่นั้นก็มีความสุขมากๆแล้วและตอนนี้ความฝันของฉันใกล้จะเป็นจริงแล้วแต่ต้องขอเวลาอีกสัก3-4ปีก็น่าจะทำได้แล้วล่ะ”

สรุปข้อกฎหมาย

• วินิจฉัย

บุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายไทย (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง) เพราะว่าตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า “คนต่างด้าว หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย” ซึ่งในกรณีนี้ผู้ถูกสัมภาษณ์มาจากประเทศเมียนมาร์ โดยบุคคลนี้อาศัยอยู่ที่ประเทศไทยมาประมาณ 3 ปีแล้วจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ก็ไม่ปรากฏว่ามีการได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมาย ดังนั้นบุคคลนี้จึงถือเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายไทย แต่อยู่ในฐานะคนต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย

จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า “รัฐเจ้าของตัวบุคคล” ที่แท้จริงของบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ คือ ประเทศเมียนมาร์ โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ 2 ประการ คือ หลักสัญชาติและหลักภูมิลำเนา ดังนี้

1) หลักสัญชาติ คือ ความผูกพันทางการเมืองระหว่างรัฐกับบุคคล (ประชากร) ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสิทธิและหน้าที่ของบุคคลพลเมืองตามกฎหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งหลักสัญชาตินั้นพิจารณาได้ 2 ประการ คือ หลักบุคคล (สืบสายโลหิตจากบุพการีซึ่งมีสัญชาติของรัฐนั้นๆ) และหลักดินแดน (เกิดบนดินแดนของรัฐเจ้าของสัญชาติ) ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่าบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้เกิดบนดินแดนของประเทศเมียนมาร์และยังมีครอบครัวอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์ เช่นนี้ประเทศเมียนมาร์จึงมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของตัวบุคคลตามหลักสัญชาติ

2) หลักภูมิลำเนา คือ สถานที่อยู่แหล่งสำคัญของบุคคลพลเมืองทางกฎหมาย ซึ่งหลักภูมิลำเนานั้นพิจารณาได้ 2 ประการ คือ หลักภูมิลำเนาตามกฎหมายมหาชน (สถานที่ที่รัฐรับรองตามเอกสารทางราชการหรือทะเบียนราษฎรเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ของบุคคลในฐานะพลเมืองของแต่ละประเทศ) และหลักภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชน (สถานที่ที่บุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ ยึดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นสำคัญ) ดังนี้

2.1) หลักภูมิลำเนาตามกฎหมายมหาชน

ข้อเท็จจริง : บุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของประเทศไทยตามกฎหมายไทย (พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534) มีเพียงแต่ใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เช่นนี้จึงถือได้ว่าหลักภูมิลำเนาตามกฎหมายมหาชนของบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ คือ ประเทศเมียนมาร์

2.2) หลักภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชน

ข้อเท็จจริง : บุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้อาศัยอยู่ที่ประเทศไทยมาประมาณ 3 ปีแล้วจนถึงปัจจุบัน ประกอบกับมีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยที่ถูกต้องตามกฎหมายและบุคคลผู้นี้ก็อยากอยู่เมืองไทยต่อไป เพื่อทำงานส่งเงินเลี้ยงดูคนทางบ้านอยู่ เช่นนี้จึงถือได้ว่าเขามีภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชนในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 37 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ภูมิลำเนาของบุคคลธรรมดา ได้แก่ถิ่นอันบุคคลนั้นมีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ” ด้วยเหตุนี้จึงสรุปได้ว่าหลักภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชนของบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ คือ ประเทศไทย

7/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการใช้ชีวิตในฐานะคนต่างด้าวในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป แม้จะมีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น การปรับตัว การหางาน และความคิดถึงบ้าน แต่จากประสบการณ์จริงของผู้ที่มาใช้ชีวิตและทำงานในไทยอย่างคนพม่าท่านนี้ พบว่ามิตรภาพและความเข้าใจจากคนไทยมีบทบาทสำคัญมากในการช่วยให้ชีวิตดีขึ้นมากกว่าแค่เรื่องของงานหรือเงินเดือน การได้สัมผัสกับความเมตตาของเพื่อนร่วมงานและผู้คนในชุมชนไทย ช่วยลดทอนความกังวลและความหวาดกลัวในช่วงแรกของการมาเมืองไทย ความจริงที่ว่าเธอและสามีได้รับความช่วยเหลือเรื่องที่พักและการเดินทาง ทำให้เห็นว่าความช่วยเหลือเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คนต่างด้าวสามารถตั้งหลักและเริ่มชีวิตใหม่ได้ นอกจากนี้ การออกไปตลาดและพบปะผู้ค้าไทยอย่างเป็นมิตรยังสร้างความรู้สึกว่าไม่ถูกแยกแยะหรือต่างจากคนไทย ทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษ เช่น การลดราคา และการแถมสินค้าเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความหมายและความสุขในชีวิตประจำวัน ในด้านกฎหมาย คนต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานในไทย แม้จะไม่ได้มีสัญชาติไทย แต่ก็มีสถานะที่ถูกต้องและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งช่วยให้ผู้คนเหล่านี้มีสิทธิ์ในการทำงานและสร้างฐานะในประเทศไทย แม้ว่าบางครั้งความผูกพันกับบ้านเกิดและครอบครัวในเมียนมาร์ยังคงเป็นความรู้สึกที่แรงกล้า ความฝันเล็กๆ ของคนเป็นแม่ คือการได้อยู่พร้อมหน้ากับลูกและครอบครัวอย่างมีความสุขในประเทศที่ตนเองเลือกอยู่ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น การให้เวลากับการสร้างความมั่นคงในประเทศไทยก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด เป็นความตั้งใจที่สะท้อนถึงการเสียสละและความมุ่งมั่นที่จะดูแลครอบครัว สุดท้ายเรื่องราวนี้ให้บทเรียนว่า ความเข้าใจและการยอมรับจากชุมชนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมิตรภาพ หรือการเคารพสิทธิและกฎหมายของคนต่างด้าว ล้วนช่วยส่งเสริมให้ชีวิตของผู้อพยพมีคุณภาพดีขึ้น และสร้างสังคมที่อบอุ่นและมีความหลากหลายมากขึ้นในประเทศไทย