Automatically translated.View original post

Why stop doing revenue-expenditure accounting??

🌸 we started doing daily income accounting two years ago until we stopped doing it about the middle of the year.

🫐 we give up is to stop writing down what money we spend each day because we make an account until we know the cost of eating, traveling, water, fire. Usually we know what money each month spends.

🤧 Daily Accounting Sometimes it takes a lot of time per day, so stop doing better (but for when you don't know what you use per month, the daily account is still necessary)

🐥 instead set a budget by cost type.

We're going to budget in excel and then pocket in make kbank by type.

🍪 asked if there were any money rockers, some, sometimes sudden expenses, but most of it was covered in the whole money.

# Welcome 2026 # Tell yourself # Financial goals

1/11 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังสงสัยว่า “ประโยชน์ของการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย” คืออะไร (และทำไมบางคนทำไปสักพักแล้วเลิกจดรายวัน) เราว่ามันมี 2 ช่วงสำคัญมาก ๆ คือช่วง “ยังไม่รู้ตัวเลข” กับช่วง “เริ่มรู้แล้วว่าจะต้องใช้อะไรเท่าไหร่” ช่วงแรก: ทำบัญชีเพื่อ “รู้ความจริง” - เห็นพฤติกรรมการใช้เงินแบบชัด ๆ ว่าเงินหายไปกับอะไร (กาแฟ/เดลิเวอรี/ค่าเดินทาง/ของจุกจิก) - ช่วยตั้งเป้าหมายการเงินได้ง่ายขึ้น เช่น จะเก็บเงินฉุกเฉิน/ปิดหนี้/เก็บดาวน์บ้าน เพราะรู้ว่าต่อเดือนเหลือเท่าไหร่จริง ๆ - เหมาะมากกับพ่อค้าแม่ค้าหรือฟรีแลนซ์ที่รายรับไม่คงที่ เพราะจะเห็นกระแสเงินสดเข้า-ออก และวางแผนเงินสำรองได้ ตารางบันทึกรายรับรายจ่าย (แบบทำเองง่าย ๆ) เราแนะนำทำ “2 แผ่น” ใน Google Sheet/Excel แทนการมีหลายไฟล์ 1) แผ่นรายวัน (Daily Log) - วันที่ | รายการ | หมวด | จ่าย/รับ | จำนวนเงิน | ช่องทาง (เงินสด/โอน/บัตร) | หมายเหตุ 2) แผ่นสรุปรายเดือน (Monthly Budget) - หมวดค่าใช้จ่าย | งบที่ตั้งไว้ | ใช้ไปแล้ว | คงเหลือ | % ใช้ หมวดพื้นฐานที่ใช้บ่อย: กิน, เดินทาง, น้ำ-ไฟ-เน็ต, ของใช้, หนี้/ผ่อน, สุขภาพ, บันเทิง, เงินออม ทริคสำหรับคน “ไม่มีเวลาจดทุกวัน” (แต่ยังอยากคุมเงินอยู่) - เลือกจดแค่ 3–5 หมวดหลักพอ ไม่ต้องละเอียดถึงระดับ “ขนม 12 บาท” ทุกครั้ง - กำหนดเวลาเคลียร์สัปดาห์ละครั้ง (เช่น อาทิตย์เย็น) แล้วไล่จากสลิป/รายการโอนในแอปธนาคาร - ถ้าเริ่มรู้ค่าใช้จ่ายประจำแล้ว ให้เปลี่ยนจาก “จดทุกบิล” เป็น “ตั้ง budget รายเดือน” แล้วคุมด้วยยอดคงเหลือในแต่ละหมวด (เหมือนทำเป็น pocket) สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเพื่อส่งธนาคาร/ยื่นกู้ - แยกบัญชีรับเงินขายออกจากบัญชีใช้ส่วนตัวให้ชัด (ช่วยให้รายการเดินบัญชีดูสะอาด) - บันทึกรายรับเป็นรายวันหรือรายกะ และสรุปรวมเป็นรายเดือน (ธนาคารชอบความสม่ำเสมอ) - เก็บหลักฐาน: สลิปโอน, ใบเสร็จ, บิลค่าวัตถุดิบ/ค่าส่ง, ค่าเช่าแผง ฯลฯ แล้วใส่หมายเหตุในตารางไว้ - ทำสรุป “กำไรขั้นต้นคร่าว ๆ” = รายรับรวม - ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการขาย (ช่วยเล่าเรื่องธุรกิจได้ดีเวลาคุยกับธนาคาร) สุดท้าย ถามว่า “ต้องจดตลอดชีวิตไหม?” เราว่าไม่จำเป็น ถ้าคุณทำจนรู้แพทเทิร์นค่าใช้จ่ายแล้ว การขยับไปใช้ตารางแพลนงบประมาณรายเดือน + แยก pocket ตามประเภท จะประหยัดเวลาและยังคุมเงินได้อยู่ แต่ถ้าเมื่อไหร่เริ่มหลุดงบ/เงินเหลือน้อยผิดปกติ ค่อยกลับมาจดรายวันอีกสัก 1–2 เดือนเพื่อจับจุดรั่วใหม่ก็ได้